ครึ่งเดือนต่อมา อวิ๋นเจิงนำทัพมาถึงเผ่าต๋าลาของเจินเหอเป็นกลุ่มแรก
กองทัพส่วนที่เหลือคงมาถึงช้ากว่านี้หลายวัน อย่างไรเสีย พวกเขายังต้องขนส่งเสบียงและสัมภาระที่เจียเหยาช่วยจัดเตรียมไว้ให้ จากชายแดนเป่ยหวนกับเจินเหอ
ภายใต้การต้อนรับของผางจิ้นจิ่ว พวกเขาก็เข้าไปในกระโจมใหญ่โดยเร็ว
“ข่าวรั่วไหลออกไปหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงเพิ่งนั่งลงก็เอ่ยถามผางจิ้นจิ่วอย่างร้อนใจ
“ไม่น่าจะรั่วไหลพ่ะย่ะค่ะ!”
ผางจิ้นจิ่วตอบ “ข้าน้อยให้คนปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดจากเผ่าต๋าลาที่มุ่งไปยังเผ่าต่าง ๆ แล้วพ่ะย่ะค่ะ! อีกทั้งยังลอบส่งคนไปเฝ้าจับตาทุกเส้นทางที่มุ่งสู่ราชวงศ์หลี หากพบผู้ต้องสงสัย จะควบคุมตัวไว้ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ!”
“ดีมาก!”
อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างพอใจ ก่อนถามต่อ “หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณส่งข่าวกลับมาหรือไม่?”
“โปรดรอสักครู่พ่ะย่ะค่ะ!”
ผางจิ้นจิ่วกล่าว พลางรีบหยิบแผนที่ฉบับหนึ่งออกมาจากใต้เตียงในกระโจมใหญ่
“นี่คือแผนที่ฉบับสมบูรณ์ที่หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณส่งกลับมา รายละเอียดมากกว่าแผนที่ที่เราได้รับก่อนหน้านี้พ่ะย่ะค่ะ!”
“อีกทั้งพวกเขายังนำข่าวกลับมาด้วยว่า ราชวงศ์หลีน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเราคิดจะบุก ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน ราชวงศ์หลีก็เริ่มเพิ่มกำลังพลไปที่เมืองจวิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“พวกเขาประเมินเบื้องต้นว่า บัดนี้กำลังพลในเมืองจวิ้นน่าจะมีมากกว่าหมื่นนายพ่ะย่ะค่ะ”
“นอกจากนี้ ภายในราชวงศ์หลีก็มิได้เป็นหนึ่งเดียวกัน ชิวซานจวินแห่งราชวงศ์หลีกุมกำลังทหารไว้ในมือ อาจชิงบัลลังก์กับมหาราชแห่งราชวงศ์หลีก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ…”
ผางจิ้นจิ่วรายงานข่าวล่าสุดที่หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณส่งกลับมาให้อวิ๋นเจิงฟังอย่างละเอียด
