รุ่งเช้าวันถัดมา อวิ๋นเจิงและพวกนำทหารม้าสองหมื่นนายออกเดินทาง
ส่วนทหารม้าอีกสองหมื่นนายที่ตามมาภายหลังนั้น มีตู๋กูเช่อเป็นผู้นำ
เมื่อมาถึงจุดข้ามแม่น้ำ ทหารม้าหนึ่งหมื่นนายที่อวิ๋นเจิงนำมาก็ลงจากหลังม้าทันที
จากนั้นทุกคนต่างเริ่มลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้น
ไม่นานนัก พวกเขาก็หาไม้ที่ยังไม่ถูกไฟป่าก่อนหน้านี้เผาจนหมดจากบริเวณโดยรอบได้จำนวนหนึ่ง
วิธีข้ามแม่น้ำของอวิ๋นเจิงนั้นเรียบง่ายมาก
แยกคนกับม้าข้ามแม่น้ำ
ให้คนโค่นต้นไม้ทำสะพานตรงบริเวณที่แม่น้ำแคบแต่กระแสน้ำเชี่ยว ส่วนม้าศึกมอบให้อวี๋ซื่อจงนำทหารม้าชั้นยอดหนึ่งหมื่นนายจัดการ
เมื่อกำลังพลข้ามไปแล้ว และเคลื่อนทัพไปถึงจุดที่ม้าศึกจะข้ามแม่น้ำ อวี๋ซื่อจงค่อยนำทหารไปไล่ต้อนม้าศึกลงแม่น้ำ
ตราบใดที่กองทัพศัตรูไม่ส่งหน่วยสอดแนมมาสำรวจทางนี้ พวกเขาก็ย่อมข้ามแม่น้ำและรวมพลได้อย่างราบรื่น
คนจากหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณล่วงหน้าไปถึงฝั่งตรงข้ามตั้งแต่เมื่อคืน กำจัดสิ่งกีดขวางทุกอย่างในบริเวณใกล้เคียง พวกเขาต้องมั่นใจว่าจะไม่มีหน่วยสอดแนมของศัตรูหรือคนจากเผ่าใกล้เคียงพบความเคลื่อนไหวนี้
มิเช่นนั้น การจู่โจมฉับพลันก็จะหมดความหมาย
“ทหารที่เหลืออีกหนึ่งหมื่นนาย ให้เจ้าและชวีจื้อเป็นผู้บัญชาการ”
ระหว่างรอกองกำลังแนวหน้าข้ามแม่น้ำ อวิ๋นเจิงก็เริ่มกำชับอวี๋ซื่อจงอีกครั้ง
“องค์ชาย ให้กระหม่อมติดตามพระองค์เถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
อวี๋ซื่อจงกล่าว “รอให้ศึกนี้จบลงแล้ว พระองค์ค่อยส่งกระหม่อมออกไปก็ยังไม่สายพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าอยู่ข้างกายข้ามานานถึงเพียงนี้ ถึงเวลาส่งเจ้าออกไปแล้ว!” อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “ในหมู่คนเหล่านี้ เจ้าเข้าใจกลศึกของข้ามากที่สุด! มีเจ้าอยู่กับแม่ทัพตู๋กูและคนอื่น ๆ ข้าก็วางใจ...”
