ท่าทีของหหลานฮว่าหนักแน่นเด็ดขาด อวิ๋นเจิงจึงไม่กล่าวอะไรต่อ
เขาเคารพการตัดสินใจของหหลานฮว่า
บางทีเพราะทั้งสองต่างพูดกันจนเข้าใจแล้ว ยามอยู่ด้วยกันจึงไม่อึดอัดเหมือนก่อน
หหลานฮว่าอยู่เป็นเพื่อนอวิ๋นเจิง เดินชมจวนสกุลอู๋รอบหนึ่ง ก่อนจะไปช่วยฮูหยินอู๋เตรียมอาหาร
อวิ๋นเจิงจึงกลับมาสนทนาเรื่องสำคัญกับอู๋เต้าอีกครั้ง
“เจ้าคุยกับท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง?”
ฮูหยินอู๋ดึงหหลานฮว่าไปอยู่ข้างกาย แล้วเอ่ยถามเสียงเบา
หหลานฮว่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เล่าท่าทีของอวิ๋นเจิงให้ฮูหยินอู๋ฟังตามตรง
“เฮ้อ...”
ฮูหยินอู๋ถอนใจแผ่วเบา ก่อนตบหลังมือหหลานฮว่าเบา ๆ “บางเรื่องก็ต้องอาศัยวาสนา...”
“หหลานฮว่าเข้าใจเจ้าค่ะ”
หหลานฮว่าพยักหน้าเบา ๆ “แต่หหลานฮว่ายินดีรอต่อไป!”
ฮูหยินอู๋ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น อดทนเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง “เรื่องบนโลกนี้มีมากมายที่ต่อให้รอ ก็ใช่ว่าจะสมปรารถนา เจ้าเองก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว ควรจะ...”
“ท่านน้าสะใภ้ อย่าเกลี้ยกล่อมข้าเลยเจ้าค่ะ”
หหลานฮว่าส่ายหน้าเบา ๆ “ข้ารู้ว่าท่านน้าสะใภ้กับท่านน้าเป็นห่วงข้า แต่ยามนี้ข้าก้าวออกมาไม่ได้แล้ว หากฝืนแต่งกับคนที่ตนมิได้รัก มิยิ่งทุกข์ใจหรือเจ้าคะ?”
“นี่...”
ฮูหยินอู๋อับจนถ้อยคำ ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะเกลี้ยกล่อมหหลานฮว่าอย่างไร
“ท่านน้าสะใภ้อย่าห่วงข้าเลยเจ้าค่ะ”
หหลานฮว่ายิ้มงาม พลางคล้องแขนฮูหยินอู๋ “ยามนี้ข้ายังตัดใจไม่ได้ แต่หากวันใดก้าวข้ามเรื่องนี้ไปได้ บางทีจู่ ๆ ข้าอาจเชิญพวกท่านมาดื่มสุรามงคลก็เป็นได้เจ้าค่ะ”
