วันถัดมา อวิ๋นเจิงเข้าร่วมประชุมราชสำนักต่อ
เมื่อเทียบกับเมื่อวานแล้ว วันนี้มีเรื่องให้หารือน้อยลงมาก
ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังหารือกับทุกคนว่าจะจัดตั้งกองกำลังพัฒนาพื้นที่ขึ้นทางสามแคว้นทางใต้ด้วยหรือไม่ ทหารองครักษ์นอกท้องพระโรงก็เร่งรุดเข้ามารายงานว่า “กราบทูลฝ่าบาท มีข่าวชัยชนะจากแคว้นหลีพ่ะย่ะค่ะ!”
ข่าวชัยชนะจากแคว้นหลีหรือ?
แม้อวิ๋นเจิงจะคาดเดาผลลัพธ์นี้ไว้แต่แรกแล้ว แต่ในใจก็ยังอดยินดีไม่ได้
“พาคนเข้ามา!”
อวิ๋นเจิงสั่ง
ไม่นาน ทหารส่งสารที่ปักธงแดงสามผืนไว้ด้านหลังก็ถูกพาเข้ามาในท้องพระโรง พร้อมยื่นรายงานชัยชนะถวาย
อวิ๋นเจิงรับรายงานมา เพิ่งเปิดออก จดหมายฉบับหนึ่งก็ร่วงลงมาจากด้านใน
อวิ๋นเจิงประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนรับจดหมายที่เหยียนหลี่เก็บขึ้นมาถวาย
จดหมายฉบับนี้มีเพียงซองปิดผนึกไว้ แต่กลับไม่มีชื่อผู้ส่ง จึงไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนเขียน
อวิ๋นเจิงยังไม่รีบอ่านจดหมาย หากเปิดรายงานชัยชนะขึ้นตรวจดูก่อน
เมื่อเห็นเนื้อหาในรายงาน อวิ๋นเจิงก็ยิ่งยินดี ทว่าในใจก่นด่าคำหนึ่งว่าเจ้าคนสารเลว
ผางจิ้นจิ่วได้นำทัพเอาชนะเผ่าเกาฉินแล้ว ราชวงศ์ของเผ่าเกาฉินถูกสังหารจนสิ้น ตระกูลทั้งหมดในเผ่าเกาฉินที่เกี่ยวข้องกับอิ่นจื๋อก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้นเช่นกัน ดินแดนทั้งหมดของเผ่าเกาฉินตกเป็นของต้าเฉียน
ยามนี้ยังมีการต่อต้านประปรายในดินแดนของเผ่าเกาฉิน แต่ไม่อาจก่อคลื่นลมใดได้อีกแล้ว
พวกผางจิ้นจิ่วใช้วิธีการโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง หากพื้นที่ใดต่อต้าน ก็สังหารผู้คนในรัศมีสิบลี้จนหมด!
ผางจิ้นจิ่วเพิ่งกล่าวถึงสถานการณ์ของหวังชี่ในตอนท้ายของรายงานชัยชนะ
อวิ๋นเจิงรู้ว่าผางจิ้นจิ่วต้องจงใจทำเช่นนี้แน่
เจ้าคนสารเลวนั่นพบกับหวังชี่แล้วตั้งนาน แต่กลับจงใจปิดบังไม่รายงาน
