“กอไผ่ตรงนั้น ท่านน้าชายเพิ่งปลูกไว้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน...”
“ดอกไม้ข้าง ๆ เป็นฝีมือท่านน้าสะใภ้ปลูกไว้”
“ตอนนั้นท่านน้าชายยังบ่นว่าดอกไม้ที่ท่านน้าสะใภ้ปลูกกินพื้นที่ปลูกไผ่ของเขา ท่านน้าสะใภ้ก็ย้อนบ่นว่ากอไผ่ที่ท่านน้าชายปลูกบังแสงแดดของดอกไม้ที่นางปลูก...”
เมื่อเดินเข้ามาในเรือนชั้นใน หหลานฮว่าก็ชวนอวิ๋นเจิงพูดคุยอย่างกระตือรือร้น เล่าเรื่องน่าสนุกของตระกูลอู๋ให้เขาฟัง
ฟังคำของหหลานฮว่าแล้ว อวิ๋นเจิงก็อดเหม่อลอยขึ้นมาไม่ได้
เขาพลันนึกถึงคราวที่พวกเขาช่วยจับคู่จัวหม่ากับอวี๋ซื่อจง ตอนนั้นก็ให้อวี๋ซื่อจงพาจัวหม่าไปเดินชมจวนอ๋อง ทำความคุ้นเคยกับสถานที่
คราวนั้นอวี๋ซื่อจงถึงกับแนะนำจวนอ๋องให้จัวหม่าอย่างซื่อ ๆ จริง ๆ!
ภายหลังเมื่อได้ฟังอวี๋ซื่อจงเล่า เขากับเสิ่นลั่วเยี่ยนต่างก็ด่าอวี๋ซื่อจงว่าเจ้าทึ่มซื่อบื้อ
แต่บทสรุปของอวี๋ซื่อจงกับจัวหม่ากลับลงเอยด้วยดี
ยิ่งคิด อวิ๋นเจิงก็ยิ่งอดยิ้มไม่ได้
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงยิ้ม หหลานฮว่าคิดว่าเรื่องที่ตนเล่าทำให้เขาขบขัน จึงยิ่งเล่าเรื่องสนุกเหล่านั้นให้เขาฟังอย่างออกรส
อวิ๋นเจิงอับจนถ้อยคำ ก่อนจะหันไปมองหหลานฮว่าแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “เจ้าพูดมาตั้งนาน ล้วนเป็นเรื่องสนุกระหว่างท่านน้าชายกับท่านน้าสะใภ้ ไม่มีเรื่องสนุกที่เกิดกับตัวเจ้าเองบ้างหรือ?”
“เรื่องสนุกของข้าหรือ?”
หหลานฮว่าครุ่นคิด ก่อนเม้มปากเอ่ยว่า “เรื่องสนุกของข้า ท่านอ๋องอาจไม่อยากฟัง”
“เหตุใดจึงว่าเช่นนั้น?”
อวิ๋นเจิงถามอย่างสนใจ
“เรื่องสนุกของข้าส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ชมรมกวี”
