หลังความคิดเรื่องวางยาพิษต้องพังทลายลง อวิ๋นเจิงก็เริ่มคิดหาวิธีอื่น
อย่างไรเสีย เขาก็ไม่อยากส่งเจียเหยากลับไปอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
น่าเสียดายที่คิดทบทวนอยู่หลายตลบ อวิ๋นเจิงก็ยังนึกวิธีที่ได้ผลดีทั้งสองทางไม่ออก
ยามค่ำ เสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอินเดินเข้ามาในห้อง ก็เห็นอวิ๋นเจิงขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักอยู่ตรงนั้น
“ช่างลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”
เมี่ยวอินมองอวิ๋นเจิงอย่างขบขัน “เจ้าถึงกับอยากเอาชีวิตนางนักหรือ?”
อวิ๋นเจิงยักไหล่ กล่าวอย่างจนใจว่า “ข้าเพียงอยากลดปัญหาในภายหน้าให้ได้บ้างมิใช่หรือ?”
“ข้าว่าเจ้าหมกมุ่นเกินไปแล้ว”
เสิ่นลั่วเยี่ยนส่ายหน้า เอ่ยเตือนว่า “บนโลกนี้จะมีเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้งสองทางมากมายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร? เจ้าเอาแต่คิดจะคว้าผลประโยชน์ทุกอย่างไว้กับตัวไม่ได้! อีกอย่าง เจ้ามิได้หวาดกลัวเจียเหยา ไม่จำเป็นต้องทำให้ตนเองลำบากถึงเพียงนี้...”
นางรู้ว่าอวิ๋นเจิงกังวลว่าเจียเหยาจะทำให้ต้าเฉียนต้องสูญเสียผู้คนเป็นจำนวนมากในภายหน้า
ความคิดของอวิ๋นเจิงย่อมเป็นไปด้วยเจตนาดี
แต่สงครามก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอยู่แล้ว
ต่อให้เขาชิงเมืองซานเปียนกลับคืนมาได้ในยามนี้ ทั้งยังสังหารเจียเหยาไปแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในสนามรบภายหน้า ต้าเฉียนจะต้องสูญเสียผู้คนมากมายหรือไม่
บางทีเขาอาจสังหารเจียเหยาไปคนหนึ่ง แล้วหันกลับมาก็มีเจียเหยาอีกคนโผล่ขึ้นมาก็เป็นได้
ใครเล่าจะกล้าพูดว่าเจียเหยาเป็นคนฉลาดที่สุดและเก่งกาจในการนำทัพที่สุดของเป่ยหวน?
เมื่อได้ฟังคำพูดของเสิ่นลั่วเยี่ยน อวิ๋นเจิงก็ชะงักงัน
ดูท่าเขาจะหมกมุ่นเกินไปจริง ๆ!
ใช่แล้ว!
ใครเล่าจะพูดได้ว่าเจียเหยาเป็นคนฉลาดที่สุดและเก่งกาจในการนำทัพที่สุดของเป่ยหวน?
อีกอย่าง เรื่องสงคราม แม้หลายครั้งจะต้องอาศัยกลยุทธ์ แต่บางครั้งก็ต้องพึ่งโชคอยู่บ้าง
