เทศกาลโคมไฟเพิ่งผ่านพ้นไป อวิ๋นเจิงก็เริ่มเคลื่อนไหว
อวิ๋นเจิงส่งทหารม้าชั้นยอด 5,000 นายและทหารราบฝีมือดี 5,000 นายไปยังแนวหน้าบริเวณรอยต่อระหว่างหมินโจวกับเมืองฟู่โจว
จากนั้น อวิ๋นเจิงยังโยกทหารม้าชั้นยอด 10,000 นายจากด่านเป่ยลู่ไปประจำการที่ตำบลปาต้ง บริเวณรอยต่อระหว่างเมืองฟู่โจวกับมณฑลจวี่โจว อีกทั้งยังระดมทหารม้าชั้นยอด 10,000 นายไปยังเหยาซี
การเคลื่อนกำลังพลครั้งใหญ่ในเมืองฟู่โจวย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาจ้าวจี๋
จ้าวจี๋รายงานความเคลื่อนไหวในเมืองฟู่โจวต่อราชสำนักทันที พร้อมออกคำสั่งให้ทุกกองกำลังเพิ่มความระมัดระวัง และกำกับดูแลทหารใต้บังคับบัญชาอย่างเข้มงวด หากอวิ๋นเจิงไม่เปิดฉากโจมตีก่อน ก็ห้ามปะทะกับฝ่ายนั้นโดยเด็ดขาด
“แม่ทัพเผย คำสั่งของแม่ทัพจ้าว...หมายความว่าอย่างไรหรือ”
เมื่อได้รับคำสั่งจากจ้าวจี๋ เหล่าแม่ทัพน้อยใหญ่ตามแนวป้องกันมณฑลจวี่โจวต่างงุนงงกันถ้วนหน้า
ทั้งให้เพิ่มความระมัดระวัง ทั้งห้ามปะทะกับทหารเมืองฟู่โจวหรือ
ฟังอย่างไรก็ชวนให้รู้สึกขัดแย้งกันอยู่บ้าง!
“จะหมายความอย่างไรได้อีก”
เผยเม่าขมวดคิ้วพลางคลึงขมับ “หน้าหนาวเช่นนี้ เจ้าตัวปัญหาจากเมืองฟู่โจวคงว่างจนไม่มีอะไรทำ คาดว่าคงคิดก่อเรื่องอีกแล้ว จากนั้นก็หาเหตุผลไปขอเสบียงเงินทองจากราชสำนัก...”
หลายคนเข้าใจกลอุบายของอวิ๋นเจิงดีแล้ว
อวิ๋นเจิงทำศึกติดต่อกันหลายปี ย่อมขาดแคลนเงินทองและเสบียงเป็นธรรมดา
ยามอากาศอบอุ่น อวิ๋นเจิงก็ออกศึก พออากาศหนาวกลับคอยสร้างความปั่นป่วนแก่ราชสำนัก หาทางรีดเอาเงินทองและเสบียงจากราชสำนัก
ครั้นอากาศอบอุ่นขึ้นอีกครั้ง ก็เอาเงินทองและเสบียงจากราชสำนักไปทำศึก
