วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
อวิ๋นเจิงรู้ดีว่าปีนี้คงมีเวลาอยู่กับครอบครัวไม่มากนัก ดังนั้นในช่วงที่ยังไม่มีธุระอะไร เขาจึงพยายามใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัวให้มากขึ้น
บางครั้งก็พูดคุยเรื่องราชการกับทัวฮวน
แม้จะต้องการอยู่กับครอบครัวให้มาก แต่ก็ไม่อาจละเลยราชการไปเสียทั้งหมด
วันนี้ทัวฮวนมาหาอวิ๋นเจิงอีกครั้ง เพื่อหารือเรื่องหลังฤดูใบไม้ผลิมาถึง
“องค์ชายเคยคิดเรื่องย้ายเมืองหลวงหรือไม่?”
ระหว่างพูดคุย ทัวฮวนก็ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ย้ายเมืองหลวงหรือ?”
อวิ๋นเจิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “เหตุใดจู่ ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา?”
ทัวฮวนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ภายหน้าองค์ชายย่อมต้องรวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง! ข้าน้อยเห็นว่า ตำแหน่งที่ตั้งของนครหลวงต้าเฉียน เกรงว่าคงไม่เหมาะจะใช้เป็นเมืองหลวงอีกต่อไป...”
ดินแดนของต้าเฉียนในยามนี้กว้างใหญ่เกินไป
อีกทั้งนครหลวงต้าเฉียนยังอยู่ห่างจากดินแดนทางเหนือมาก
หลังจากอวิ๋นเจิงรวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง หากไม่ย้ายเมืองหลวง ก็ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการควบคุมดินแดนทางเหนือ
หากอวิ๋นเจิงคิดจะย้ายเมืองหลวง บางทีอาจต้องเริ่มเตรียมการตั้งแต่บัดนี้
อวิ๋นเจิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “หากย้ายเมืองหลวง ท่านเห็นว่าที่ใดเหมาะสมที่สุด?”
“จิงหยางฝู่!”
ทัวฮวนตอบโดยไม่ลังเล
“เหตุผลเล่า?”
อวิ๋นเจิงมองทัวฮวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ทัวฮวนยิ้ม “ประการแรก เมื่อพิจารณาจากอาณาเขตของต้าเฉียนในปัจจุบัน จิงหยางฝู่อยู่ตรงกลาง อีกทั้งยังมีด่านเป่ยลู่เป็นปราการ เหมาะจะใช้เป็นเมืองหลวง!”
“ประการที่สอง จิงหยางฝู่อยู่ไม่ไกลจากหมินโจว ภายหน้าสามารถสร้างท่าเรือที่หมินโจวเพื่อออกสู่ทะเล เสริมสร้างการควบคุมดินแดนทางเหนือและแคว้นหลีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น!”
