สองวันต่อมา จู่หลู่ได้รับคำสั่งแล้วจึงพาผู้ติดตามเพียงไม่กี่คนควบม้ามาพบอวิ๋นเจิงอย่างเร่งรุด
ก่อนจู่หลู่จะมาถึง ทัวฮวนได้นำเชลยกุ่ยฟางกลุ่มหนึ่งจัดพิธีศพให้ถัวต๋า
น่าเสียดายที่อากาศในยามนี้ไม่เอื้ออำนวย จึงไม่อาจเคลื่อนศพถัวต๋ากลับไปฝังที่กุ่ยฟางได้
สุดท้ายทัวฮวนจึงลงมือสร้างโลงศพให้ถัวต๋าด้วยตนเอง ก่อนฝังร่างไว้ ณ ที่แห่งนั้น
การกระทำของทัวฮวนช่วยให้เขากับอวิ๋นเจิงได้รับใจจากเชลยกุ่ยฟางไม่น้อย
นี่เป็นสถานการณ์ที่อวิ๋นเจิงยินดีเห็นเช่นกัน
เมื่อจู่หลู่มาถึง อวิ๋นเจิงก็พาทัวฮวนกับบุตรชายไปจัดงานเลี้ยงต้อนรับในกระโจมบัญชาการชั่วคราว
หลังแนะนำทัวฮวนกับบุตรชายให้จู่หลู่รู้จักคร่าว ๆ แล้ว อวิ๋นเจิงก็กล่าวถึงธุระสำคัญทันที
“กองทัพกุ่ยฟางพ่ายแพ้แก่พวกเราทั้งหมดแล้ว! เปิ่นหวังยังจดจำคำมั่นที่ให้ไว้กับเจ้า เปิ่นหวังจะยกดินแดนของเฉวียนหรงให้อยู่ใต้การปกครองของเจ้า...”
“ขอบพระคุณท่านอ๋อง!”
อวิ๋นเจิงยังกล่าวไม่ทันจบ จู่หลู่ก็ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าตื่นเต้น พลางกล่าวขอบคุณ
“ฟังเปิ่นหวังพูดให้จบก่อน!”
อวิ๋นเจิงยกมือห้ามจู่หลู่ ก่อนกล่าวต่อว่า “ทหารเป่ยโมถัวกล้าหาญก็จริง แต่ไม่เข้าใจกลยุทธ์การรบเลย เปิ่นหวังจะส่งผู้ช่วยสองคนไปให้เจ้า เพื่อช่วยจัดระเบียบกองทัพ!”
ผู้ช่วยหรือ?
รอยยิ้มบนใบหน้าจู่หลู่พลันแข็งค้าง จากนั้นก็หันไปมองทัวฮวนกับเหมิงตัว
ผู้ช่วยที่อวิ๋นเจิงพูดถึง คงไม่ใช่สองคนนี้กระมัง?
จู่หลู่อาจไม่ฉลาดนัก แต่ก็ไม่ได้โง่เขลา!
คนไม่โง่ย่อมมองออกว่า ผู้ช่วยที่อวิ๋นเจิงส่งมานั้นมีไว้คอยควบคุมเขา
นี่เท่ากับจะมาแบ่งอำนาจของเขาไป!
