เจียเหยากับอวี๋ซื่อจงจับกุมทหารข้าศึกได้รวมกันทั้งสิ้นหนึ่งหมื่นสามพันนาย
ยังสังหารทหารข้าศึกที่ดื้อดึงขัดขืนไปอีกราวสามพันนาย
เดิมทีพวกเขายังคิดจะจับเชลยให้ได้มากกว่านี้ แต่เสบียงแห้งที่นำติดตัวมาก็มีจำกัด อีกทั้งยังต้องแบ่งให้เชลยเหล่านี้บ้าง อย่างน้อยก็ต้องให้พวกเขามีเรี่ยวแรงเดินทาง
ดังนั้น แม้ยังมีเชลยอีกมากให้จับ พวกเขาก็ไม่ได้ไล่ติดตามต่อ
เชลยที่จับมาได้แทบทั้งหมดเป็นทหารราบที่รั้งท้ายขบวน
ส่วนทหารม้าของศัตรูหนีได้รวดเร็วยิ่ง พวกเขาอยากไล่ตามก็ไล่ไม่ทัน
“อืม ไม่เลว!”
อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนถามต่อว่า “พวกเจ้าตีทัพของมู่ลี่จวีแตก แล้วมีผู้บาดเจ็บล้มตายเท่าใด?”
อวี๋ซื่อจงตอบว่า “กองทัพของข้าบาดเจ็บล้มตายกว่าสามพันนาย ยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีกกว่าพันนายพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น พวกเขาช่วยดูแลผู้บาดเจ็บสาหัสไปด้วย”
“พวกเราบาดเจ็บล้มตายกว่าห้าพันนาย”
เจียเหยารายงานความสูญเสียต่อทันที “ศึกก่อนหน้านี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายร้อยนายที่ทนไม่ไหว ศึกครั้งนี้คาดว่าผู้บาดเจ็บสาหัสอีกห้าส่วนก็คงทนไม่ไหวเช่นกัน ยังมี...”
“พอแล้ว ๆ ไม่ต้องพูดละเอียดถึงเพียงนั้น”
อวิ๋นเจิงขัดคำพูดของเจียเหยา แล้วหันไปถามว่า “ศึกครั้งนี้พวกเจ้าจับเชลยศึกได้เท่าใด?”
อวี๋ซื่อจงรีบตอบว่า “พวกเรามุ่งทัพมาทางนี้อย่างเร่งด่วน ยังไม่ทันรอผลการตรวจนับก็ยกทัพมาทางนี้เสียก่อน จึงยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีมากกว่าสองหมื่นนาย!”
ทันทีที่พวกเขาเริ่มโจมตีขนาบศัตรู ขวัญกำลังใจของทัพศัตรูก็พังทลาย หลายคนเลือกยอมจำนนในทันที
