บ่ายวันรุ่งขึ้น เจียเหยาส่งคนกลับมารายงานผลการรบก่อน
ผลการรบครั้งนี้ดีกว่าที่พวกเขาคาดไว้เล็กน้อย
ศึกครั้งนี้ พวกเขาสังหารชาวเผ่าหมานไปทั้งสิ้นกว่าสี่หมื่นหนึ่งพันคน ส่วนเชลยเผ่าหมานที่พวกเขาพามาด้วยก็พบศพโอรสคนเล็กของราชาหมานอยู่ในหมู่ซากศพเหล่านั้น
ถึงบัดนี้ ราชาหมานและโอรสทั้งสองล้วนสิ้นชีพในสนามรบ
แม้ผลการรบจะดีกว่าที่คาดไว้ แต่เมื่อได้รับข่าว อวิ๋นเจิงก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
ทั้งหมดเป็นเพราะสภาพอากาศบัดซบนี่แท้ ๆ
หากมิใช่เพราะอากาศหนาวเย็น กองทัพเผ่าหมานกว่าเจ็ดหมื่นนาย ต่อให้หนีรอดไปได้สามพันคนก็นับว่าเก่งแล้ว!
แม้ศึกครั้งนี้จะได้รับชัยชนะ แต่ปัญหาเรื่องเผ่าหมานยังมิได้คลี่คลาย
หากมิใช่เพราะซั่วเป่ยต้องเร่งพัฒนาและไม่สมควรเปิดศึกขึ้นอีก พวกเขาย่อมฉวยโอกาสที่ชนเผ่าใหญ่ของเผ่าหมานพ่ายแพ้ โจมตีดินแดนตอนในของเผ่าหมานหลังฤดูใบไม้ผลิมาถึง เพื่อกำจัดปัญหาเผ่าหมานให้สิ้นซากได้
รอให้พวกเขาพักฟื้นและบำรุงกำลังสักหลายปีแล้วค่อยทำศึกกับเผ่าหมาน บางทีเผ่าหมานในวันนั้นอาจไม่เหมือนเผ่าหมานในวันนี้อีกต่อไป
ก่อนฟ้ามืดเล็กน้อย กำลังพลกว่าสองหมื่นนายที่ออกไปเก็บกวาดสนามรบต่างทยอยกลับค่าย
พวกเขามิได้เพียงนำหนังสัตว์ที่ถลกมาจากร่างชาวเผ่าหมานกลับมาเท่านั้น ยังนำเนื้อแมมมอธกลับมาด้วย รวมถึงชุดเกราะกับอาวุธเหล็กอีกจำนวนหนึ่ง ปืนใหญ่หมอบพยัคฆ์ของอวิ๋นเจิงก็ถูกเสิ่นควนพาคนขนกลับมาด้วยตนเอง
เมื่อทุกคนกลับมาถึง อวิ๋นเจิงก็ประกาศทันทีว่าคืนนี้จะจัดงานเลี้ยงฉลองชัยให้เหล่าทหารทั้งค่าย
ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นเตรียมอาหารมื้อใหญ่สำหรับงานฉลอง อวิ๋นเจิงก็กำลังหารือกับเจียเหยาเรื่องแบ่งสรรปันส่วนของเชลยศึก
