นครหลวงต้าเฉียน
ฮ่องเต้เหวินและอวิ๋นลี่กลับถึงนครหลวงได้หลายวันแล้ว
หลังกลับถึงนครหลวง ฮ่องเต้เหวินมิได้เร่งเข้าควบคุมราชกิจจากสวีฉือฝู่ หากอ้างว่าการเดินทางไกลทำให้ต้องพักผ่อนให้เต็มที่สักหลายวัน จึงยังคงให้สวีฉือฝู่รักษาราชกิจแทนชั่วคราว
หลายวันติดต่อกัน ฮ่องเต้เหวินกับอวิ๋นลี่ซึ่งเป็นถึงรัชทายาทก็ไม่ปรากฏตัวในท้องพระโรง
อวิ๋นลี่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้เหวินกำลังคิดทำสิ่งใด ทว่าในใจกระวนกระวายอยู่เงียบ ๆ เกรงว่าคำมั่นเรื่องให้ตนดูแลราชกิจแทนจะไม่เป็นจริง
“กราบทูลรัชทายาท ฝ่าบาททรงเรียกให้เสด็จไปยังห้องทรงพระอักษรพ่ะย่ะค่ะ”
ในยามที่อวิ๋นลี่กำลังกระวนกระวาย ขันทีคนหนึ่งก็เข้ามาถ่ายทอดพระบัญชา
อวิ๋นลี่มิกล้าชักช้า จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเล็กน้อยแล้วเร่งรุดไปยังห้องทรงพระอักษร
เมื่อมู่ซุ่นพาอวิ๋นลี่เข้าไปในห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้เหวินก็โบกพระหัตถ์ทันที เป็นสัญญาณให้มู่ซุ่นถอยออกไป
“ลองดูเถิด!”
ฮ่องเต้เหวินชี้ไปยังฎีกาหลายฉบับบนโต๊ะทรงพระอักษร สีพระพักตร์ไม่สู้ดีนัก
อวิ๋นลี่สงสัย รีบก้าวเข้าไปหยิบฎีกาฉบับหนึ่งขึ้นมาอ่าน
เพียงกวาดตามองคร่าว ๆ แววเย็นเยียบก็วาบผ่านดวงตาของอวิ๋นลี่
ฉบับหนึ่ง สองฉบับ...
เมื่ออ่านฎีกาทั้งหกฉบับจบ สีหน้าของอวิ๋นลี่ก็พลันหม่นคล้ำ
ฎีกาทั้งหกฉบับล้วนกล่าวโทษสวีฉือฝู่!
เนื้อหาโดยคร่าวคือ ระหว่างที่สวีฉือฝู่รักษาราชกิจแทน เขากีดกันและกดขี่ขุนนางร่วมงาน รวบรวมพรรคพวกเพื่อประโยชน์ส่วนตน ทั้งยังไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา
ทว่าเพราะฮ่องเต้เหวินทรงใช้หมึกป้ายชื่อผู้ถวายฎีกาไว้ อวิ๋นลี่จึงไม่รู้ว่าฎีกาทั้งหกฉบับมาจากผู้ใด
“เจ้าไม่มีอะไรจะพูดหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินทอดพระเนตรอวิ๋นลี่
“ลูก...”
