สองวันต่อมา ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเล่ออัน
ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปเล่ออัน พวกเขาเผชิญหิมะโปรยปรายมาครั้งหนึ่งแล้ว
หลังผ่านหม่าอี้ไปก็ไม่มีหิมะตกอีก ทว่าอากาศกลับหนาวเย็นลงกว่าเดิม
อวิ๋นเจิงเพิ่งประคองเย่จื่อลงจากรถม้า ลมหนาวระลอกหนึ่งก็พัดโหมเข้ามา
เย่จื่อซึ่งเพิ่งลงจากรถม้าสั่นสะท้านด้วยความหนาวอย่างอดไม่ได้
ครั้นเห็นเช่นนั้น ซินเซิงก็รีบนำเสื้อคลุมขนเตียวสีขาวราวหิมะมายื่นให้ “ฮูหยินจื่อ บ่าวช่วยสวมเสื้อคลุมให้เถิด เพคะ อย่าปล่อยให้หนาวจนประชวรเลย”
“อืม”
เย่จื่อพยักหน้าเบา ๆ
“ข้าทำเอง”
อวิ๋นเจิงรับเสื้อคลุมจากมือซินเซิง ค่อย ๆ คลุมให้เย่จื่อ จากนั้นจึงพาสตรีทั้งหลายเดินต่อไป
เย่จื่อปล่อยให้อวิ๋นเจิงจูงมือ พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยหมอก “สองวันนี้คงมีหิมะตกหนัก พวกเราจะได้ดูว่าชาวบ้านเล่ออันมีเสบียงสำหรับผ่านฤดูหนาวหรือไม่ หากไม่มี คงต้องจัดสรรเสบียงบางส่วนจากคลังทหารมาให้”
“ไม่ได้!”
อวิ๋นเจิงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “เสบียงทหารก็คือเสบียงทหาร! เหล่าทหารหาญออกรบหลั่งเลือด แม้ยามนี้จะไม่มีศึก แต่ก็ยังต้องฝึกซ้อม ใครจะหนาวก็หนาวไป ห้ามให้พวกเขาหนาวเด็ดขาด!”
เขายอมส่งคนไปกวาดร้านผ้าและร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปในฟู่โจวเสียให้หมด ยังดีกว่าแตะต้องเสบียงทหาร
เมื่อเห็นท่าทีหนักแน่นของอวิ๋นเจิง เย่จื่อกับเมี่ยวอินก็ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ
ช่างเถิด!
ไม่แตะต้องเสบียงทหารก็ไม่แตะต้อง
อย่างไรยามนี้ก็ยังไม่ถึงช่วงหนาวที่สุด เฉินปู้สั่งคนเร่งจัดซื้อเครื่องกันหนาวจากด่านในเป็นจำนวนมากแล้ว
