“องค์หญิง...”
ฉีฉีเก๋อร้อนใจจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก “ยามนี้มิใช่เวลาพูดเรื่องนี้!”
นี่มันเวลาใดกันแล้ว!
ยามนี้นางคิดเพียงหาทางรักษาความปลอดภัยของเจียเหยา ไหนเลยจะมีแก่ใจฟังเจียเหยาพูดเรื่องเหล่านี้!
“ที่จริง ข้าอยากตายในสนามรบ! อยากตายอย่างราชาหมาป่าที่แท้จริง”
เจียเหยาพึมพำกับตนเอง พลางลูบหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว “แต่ข้าคิดไม่ถึงว่ากองทัพศัตรูจะอ่อนแอถึงเพียงนี้ ทั้งยังคิดไม่ถึงว่าข้าจะมีบุตรเร็วเพียงนี้...”
แม้มีเกราะกั้น นางก็สัมผัสถึงอุณหภูมิร่างกายของตนไม่ได้
แต่ถึงกระนั้น นางกลับรู้สึกได้ถึงสายใยแห่งเลือดเนื้อ
เด็กคนนี้มาไม่ถูกเวลา
ทว่า...ก็คล้ายจะมาได้ถูกเวลาเสียเหลือเกิน
“องค์หญิง ท่าน...”
ฉีฉีเก๋อเบิกตากว้างฉับพลัน มองเจียเหยาอย่างเหม่อลอย
เจียเหยาจ้องฉีฉีเก๋อด้วยแววตาเร่าร้อน “มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้คนอีกมากมายตายด้วยน้ำมือศัตรูเพื่อคุ้มครองข้าอีก”
“เมื่อศัตรูบุกมา ข้าจะอาศัยความคิดที่พวกมันต้องการจับข้าเป็น ๆ ล่อศัตรูส่วนหนึ่งให้แยกออกไป พวกเจ้าจงตีฝ่าออกไปโดยเร็ว!”
“หากข้าตกลงไปในแม่น้ำ ศัตรูก็จะสูญเสียเป้าหมาย ขวัญกำลังใจของพวกมันย่อมตกฮวบ พวกเจ้าตีฝ่าวงล้อมออกไปได้โดยง่าย...”
ใบหน้าเจียเหยาไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับยิ้มอย่างสดใสยิ่ง
บางที นี่อาจเป็นลิขิตสวรรค์!
นางรู้ดีว่าเสิ่นควนกับพวกคงช่วยสกัดกองกำลังไล่ล่าส่วนใหญ่ไว้ให้แล้ว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังไล่ล่าที่เหลือ หากองครักษ์ของนางคุ้มกันนางฝ่าวงล้อมอย่างสุดกำลัง โอกาสที่นางจะตีฝ่าออกไปได้ย่อมมีสูง
