การมาถึงของเจียเหยา ส่งผลกระทบต่อจวนอ๋องอยู่บ้าง
นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
บัดนี้อวิ๋นเจิงย่อมไม่อาจกักบริเวณเจียเหยาไว้ตลอดไปอีกแล้ว
ทว่าความลับสำคัญหลายเรื่องของพวกเขา ก็ไม่อาจให้เจียเหยาล่วงรู้ได้
คนในจวนอ๋องต้องให้เกียรติเจียเหยาตามสมควร ขณะเดียวกันก็ต้องระแวดระวังนางทุกฝีก้าว
เมื่อเป็นเช่นนี้ บรรยากาศในจวนอ๋องจึงดูผิดแผกไปอยู่บ้าง
เคราะห์ดีที่ยามนี้เป็นช่วงสิ้นปี อีกไม่นานก็จะถึงวันปีใหม่แล้ว
บรรยากาศเฉลิมฉลองในจวนอ๋องช่วยกลบเกลื่อนความอึดอัดนี้ไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น เจียเหยาก็รู้ฐานะของตนดี ไม่ไปสืบถามเรื่องที่ไม่ควรถาม ทั้งยังมิได้เดินเพ่นพ่านไปทั่วเพื่อหยั่งเชิงความลับของซั่วเป่ย กลับตั้งใจเรียนเล่นไพ่นกกระจอกจากเสิ่นลั่วเยี่ยนและคนอื่น ๆ อย่างสงบเสงี่ยม
เจียเหยาฉลาดยิ่ง เพียงครึ่งวันก็เรียนรู้วิธีเล่นไพ่นกกระจอกได้แล้ว
เสิ่นลั่วเยี่ยนถูกฮูหยินเสิ่นบังคับให้ไปเดินเล่นในลาน เจียเหยาจึงร่วมโต๊ะไพ่นกกระจอกกับเย่จื่อ เมี่ยวอิน และฮูหยินเอกของฉินชีหู่ เล่นอย่างเพลิดเพลิน
“น้องชาย ครานี้เจ้าจัดโต๊ะไพ่นกกระจอกได้ครบคนจริง ๆ แล้ว!”
ฉินชีหู่พยักพเยิดไปทางอวิ๋นเจิง ก่อนกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “ยามว่าง ฮูหยินทั้งสี่ของเจ้าก็พอดีตั้งโต๊ะได้หนึ่งวง”
“พูดไปก็จริง!”
อวิ๋นเจิงหัวเราะเบา ๆ แล้วหยอกเย้าว่า “ว่าแต่ เจ้าจะรับอนุเพิ่มอีกสองคนหรือไม่ จะได้ตั้งโต๊ะไพ่นกกระจอกครบวงเช่นกัน”
เดิมทีฉินชีหู่มีภรรยาหนึ่งคน อนุสองคน
ทว่าเมื่อหลายปีก่อน อนุคนหนึ่งของเขาเสียชีวิตเพราะคลอดบุตรยาก
ฉินชีหู่ในยามนี้ดูเหมือนจะไม่มีความคิดรับอนุเพิ่มอีกแล้ว
