“จากสถานการณ์ในยามนี้ การบุกจากทุ่งราบซัวเล่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย”
อวิ๋นเจิงตอบว่า “แต่ข้าก็คิดมาตลอดว่า จะยึดด่านเทียนฉยงได้หรือไม่!”
ก่อนหน้านี้แผนการของเขาก็คือบุกจากทุ่งราบซัวเล่อ
แต่หากคิดกลยุทธ์อันแยบยลเพื่อยึดด่านเทียนฉยงได้ การบุกด่านเทียนฉยงย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ขอเพียงเปิดประตูฉิวฉือได้ กำลังทหารด้านหลังของฉิวฉือก็จะว่างเปล่า พวกเขาย่อมถอนทัพจากชายแดนกลับมาช่วยเป็นแน่
ถึงขั้นกล่าวได้ว่า ขอเพียงตีด่านเทียนฉยงแตก ฉิวฉือก็อยู่ไม่ไกลจากการล่มสลายแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจิง อวี๋ซื่อจงกับหวังชี่ก็อดยิ้มให้กันไม่ได้
เป็นดังที่คิด องค์ชายก็คิดหมายตาด่านเทียนฉยงเช่นเดียวกับพวกเขา
แต่หากคิดจะยึดด่านเทียนฉยง ปัญหาก็ยังวนกลับมาที่จะตีด่านให้แตกได้อย่างไร
การบุกโจมตีด่านเทียนฉยงอย่างหักหาญนั้น ไม่ว่าพวกเขาหรืออวิ๋นเจิงต่างก็ไม่ปรารถนาจะทำ
ผู้บัญชาการรักษาด่านเทียนฉยงคือเถี่ยสยง ขุนพลใหญ่แห่งฉิวฉือ
พวกเขารู้จักเถี่ยสยงไม่มากนัก
รู้เพียงว่าเขาเป็นแม่ทัพผู้เชี่ยวชาญการรักษาเมืองอย่างยิ่ง
ต่อให้ใช้ชีวิตคนเข้าแลก ก็ยังไม่แน่ว่าจะตีด่านเทียนฉยงได้
ขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิดหาวิธีตีด่านเทียนฉยงให้แตก เมี่ยวอินพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบขยับเข้าไปกระซิบข้างหูอวิ๋นเจิง “ใช้ดินปืนระเบิดด่านเทียนฉยงได้หรือไม่?”
“พูดตามตรง โอกาสเป็นไปได้ไม่มากนัก” อวิ๋นเจิงส่ายหน้าเบาๆ แล้วถามอวี๋ซื่อจงอีกว่า “หากใช้วิธีขุดอุโมงค์ จะขุดไปถึงใต้กำแพงด่านเทียนฉยงได้หรือไม่?”
