เกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน?
เมื่อสิ้นเสียงของอวิ๋นเจิง ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตะลึง
พวกเขาไม่รู้ว่าอวิ๋นเจิงเกิดนึกอะไรขึ้นมา หรือกำลังคิดเพ้อฝันไปเอง
เหตุใดอวิ๋นเจิงถึงนึกจะเกลี้ยกล่อมเถี่ยสยงให้ยอมจำนนขึ้นมาได้?
อวี๋ซื่อจงลอบสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลองหยั่งเชิงถามว่า “หรือว่าท่านอ๋องคิดจะยุแยงให้เถี่ยสยงกับอ๋องฉิวฉือแตกคอกันพ่ะย่ะค่ะ?”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวสุนัขจิ้งจอก
เติ้งเป่าขมวดคิ้วเล็กน้อย “แผนนี้ของท่านอ๋องไม่เลว แต่กระหม่อมได้ยินมาว่าอ๋องฉิวฉือหยวนซู่ไว้วางใจเถี่ยสยงยิ่งนัก คิดจะยุแยงพวกเขาด้วยจดหมายเพียงฉบับเดียว เกรงว่าโอกาสสำเร็จคงไม่มากพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไร”
อวิ๋นเจิงยักไหล่ “สำเร็จก็ดี ไม่สำเร็จก็ช่างเถิด! อย่างไรก็แค่จดหมายฉบับเดียว ต่อให้ยุแยงพวกเขาไม่สำเร็จ แต่หากหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความระแวงระหว่างนายกับบ่าวลงไปได้ก็นับว่าดีแล้ว!”
นี่ก็แค่ลองดูไปเรื่อยเท่านั้น
เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะเกลี้ยกล่อมเถี่ยสยงให้ยอมจำนนได้ด้วยจดหมายเพียงฉบับเดียว
อย่างน้อยที่สุดก็ส่งคนไปด่านเทียนฉยงเพื่อดูสถานการณ์ และทำความเข้าใจสภาพของด่านเทียนฉยงคร่าวๆ
คิดได้ก็ลงมือทันที
ไม่นาน อวิ๋นเจิงก็เขียนจดหมายลับเสร็จ พร้อมประทับตราประจำตัวลงไป
เนื้อหาในจดหมายเรียบง่ายมาก
ก็แค่ขอให้เถี่ยสยงมอบด่านแล้วยอมจำนน พร้อมให้คำมั่นว่าจะมอบผลประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังจะสนับสนุนให้เถี่ยสยงขึ้นเป็นอ๋องฉิวฉือ
หลังผนึกจดหมายเรียบร้อย อวี๋ซื่อจงก็สั่งให้คนถือของแทนตัวอวิ๋นเจิงกับจดหมายฉบับนั้นมุ่งหน้าไปยังเป่ยโมถัวโดยเร็ว
