ยามจื่อ เจียเหยาได้รับข่าวที่หน่วยสอดแนมส่งกลับมา
กองทัพศัตรูเปิดประตูทิศตะวันตกของเมืองหู่โข่ว ทหารจำนวนมากกรูกันออกมาจากประตูเมือง ก่อนจะไปรวมพลกันรอบเนินเขาแห่งหนึ่ง ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตกเฉียงใต้สามลี้
“ออกไปสืบข่าวอีก!”
เจียเหยาออกคำสั่ง แล้วหลับตาครุ่นคิด
เนินเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหู่โข่วหรือ?
หรือว่ากองทัพศัตรูคิดจะอ้อมออกไปทางนั้น มุ่งตรงไปยังเมืองเหรินเต๋อ แล้วจึงโจมตีเมืองว่านอัน
หรือจะใช้กำลังพลส่วนหนึ่งตรึงกองทัพของฉินชีหู่ที่เมืองเหรินเต๋อ แล้วให้ทหารม้าเข้าโจมตีฉับพลัน มุ่งตรงไปยังกองทัพของอวิ๋นเจิงที่ประชิดเมืองฉี่หมิง หวังจับตัวอวิ๋นเจิงให้ได้โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด เพื่อพลิกสถานการณ์จากพ่ายแพ้เป็นชนะ?
เจียเหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างฉับพลัน
เป็นไปไม่ได้!
ไม่ต้องพูดถึงว่าเกาเฉวียนจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่ ต่อให้กล้า ก็ต้องผ่านด่านฉินชีหู่ไปให้ได้ก่อน
คิดว่าทหารม้าสวมเกราะหนักเป็นพวกกินเจหรือไร?
ต่อให้พวกเขาผ่านด่านฉินชีหู่ไปได้ ก็ยังต้องมีฝีมือพอจะจับตัวอวิ๋นเจิงท่ามกลางกองทัพให้ได้เสียก่อน
เห็นทีนางคงคิดมากไปเอง
ท้ายที่สุด นางก็เสียความมั่นใจเพราะถูกอวิ๋นเจิงเล่นงาน เมื่อใดที่คาดเดาเจตนาของกองทัพศัตรูไม่ออก ก็มักคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา
เป้าหมายของกองทัพศัตรูน่าจะยังเป็นพวกนาง!
ต่อให้รวมพลทางนั้นเสร็จแล้วบุกเข้ามา อย่างมากก็ใช้เวลาเพียงสองสามชั่วยามเท่านั้น
เจียเหยาส่ายหน้าเบา ๆ พยายามข่มความคิดฟุ้งซ่าน แล้วเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตน
