ตามเหตุผลแล้ว เวลานี้ซูหนิงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าเฝ้าฮ่องเต้แม้แต่น้อย
แต่ถึงอย่างไรซูหนิงก็เป็นเพียงผู้ต่ำต้อยด้อยยศ เตียวเหยียงจึงไม่รีบร้อนนำตัวซูหนิงไปปรากฏโฉมต่อหน้าฮ่องเต้ การเตรียมการให้พร้อมสรรพนับเป็นสิ่งจำเป็น และการเตรียมการให้พร้อมนี้ ก็คืออาหารเลิศรสแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครที่ซูหนิงปรุงด้วยมือตนเอง หลิวหงหลงระเริงในกามสุข หากซูหนิงสามารถปรุงอาหารเลิศรสที่ไม่เหมือนใครออกมาเป็นสำรับได้ ต้องเอาอกเอาใจหลิวหงได้เป็นแน่
ภายใต้คำสั่งเสียโดยตรงของเตียวเหยียง ขันทีน้อยที่ถูกส่งไปจัดหาเครื่องเสบียงจึงกระทำการอย่างแข็งขันยิ่ง ไม่นานนักก็หอบหิ้วข้าวของมากมายกลับมาจนเต็มมือ ซูหนิงจัดการเปิดพลิกดูคร่าว ๆ จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในครัวหลวง
ในฤดูหนาวผักสดนั้นมีน้อย ในวังจึงมีเพียงผักพื้นบ้านหลงฤดูที่ไม่ค่อยสดนักถูกเก็บรักษาไว้ในห้องใต้ดินเพียงไม่กี่ชนิด อย่างไรก็ตามมีเสียดีกว่าไม่มี เนื้อหมูเมื่อปรุงค่กับผักบางชนิด เป็นอาหารรสชาติดีที่ไม่เลวทีเดียว
ซูหนิงตามขันทีน้อยไป ไม่นานก็มาถึงครัวหลวง ทว่าผู้คนในวังนั้นมากมายนัก บวกกับยามนี้ใกล้จะถึงเที่ยง พ่อครัวหลวงและบ่าวไพร่ในครัวต่างก็วุ่นวายเป็นอลหม่าน
"หวงอวี้ฉู่ วันนี้ท่านซูหลางกวนจากสังกัดซ่างซูไถจะมาเข้าเฝ้าถวายพระกระยาหาร อีกครู่หนึ่งจะขอยืมครัวหลวงใช้สักหน่อย" ขันทีน้อยได้รับคำกำชับจากเตียวเหยียง จึงหาได้มีทีท่าเกี่ยงงอนซูหนิงไม่ ตรงกันข้ามกลับออกแรงช่วยเหลือจัดการให้กับซูหนิงอย่างเต็มที่
หวงอวี้ฉู่เป็นชายอายุวัยห้าสิบกว่า ร่างกายออกจะอวบอ้วน รูปร่างไม่สูง ใบหน้ามักส่อแวววางอำนาจบาตรใหญ่อยู่เสมอ แต่เมื่อได้ยินเสียงของขันทีน้อย ก็สวมรอยยิ้มประจบประแจงใส่ในทันที เอ่ยกับขันทีน้อยว่า "โอ้โฮ นี่ไม่ใช่หวังกงกงหรอกหรือ เหตุใดวันนี้ลมอะไรถึงพัดพาท่านมาหาข้าเฒ่าหวงได้เล่า นับว่าเป็นแขกผู้มาเยือนยากแท้ ๆ " กล่าวพลางหวงอวี้ฉู่ก็ให้คนไปยาน้ำชามา
