ราชวงศ์ฮั่นทั้งสองสืบทอดนโยบายจากราชวงศ์ก่อน ทั้งปรับปรุงให้สมบูรณ์ มีมาตรการบรรเทาทุกข์และจัดการคนพลัดถิ่นอย่างเป็นระบบครบชุด-- --
ประการแรก จัดหาเสื้อผ้าอาหาร ให้ยืมเมล็ดพันธุ์และเสบียง ตั้งโรงหมอและจ่ายยา งดเว้นภาษีอากรและแรงงานเกณฑ์
สำหรับคนพลัดถิ่นที่มาจากท้องที่อื่น อำเภอและท้องที่นั้นๆ ต้อง “แจกเสื้อให้ผู้ที่หนาวเหน็บ” “เปิดคลังหลวงออกแจกจ่ายเพื่อช่วยเหลือ” หากคนพลัดถิ่นตั้งรกรากในท้องที่อื่น หรือเดินทางกลับท้องที่เดิม ท้องถิ่นนั้นล้วนต้อง “ให้ยืมนาหลวง ให้ยืมเมล็ดพันธุ์และเสบียง และงดเว้นการนับบัญชี” “การให้ยืมนาหลวง” คือการนำที่ดินหลวงให้คนพลัดถิ่นเช่า “การนับบัญชี” หมายถึง เงินรัชชูปการ หรือภาษีรายหัว หากสืบสาวถึงต้นกำเนิดของมาตรการต่างๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่ล้วนสืบทอดมาจากระบบบรรเทาภัยพิบัติของราชวงศ์โจวตะวันตก
ในสมัยราชวงศ์โจวตะวันตกมีขุนนางที่รับผิดชอบการลดหย่อนและบรรเทาภัยโดยเฉพาะ และได้สร้างระบบการบรรเทาภัยที่เป็นแบบแผนไว้แล้วเรียกว่า “บรรพาภัยสิบสองประการ” ที่เรียกว่าบรรพาภัย คือมาตรการทางการเมืองที่ใช้ต่อต้านและบรรเทาภัยหลังจากเกิดทุพภิกขภัย ซึ่งรวมถึงการแจกจ่ายผลประโยชน์ การเก็บภาษีอย่างเบาบาง และการผ่อนแรงงานเกณฑ์ การแจกจ่ายผลประโยชน์ก็คือการปล่อยกู้เสบียงและเมล็ดพันธุ์แก่ผู้ประสบภัย การเก็บภาษีอย่างเบาบางและผ่อนแรงงานก็คือการลดหย่อนค่าเช่าและภาษีกับแรงงานเกณฑ์ของผู้ประสบภัย หลายข้อนี้ถูกนำมาใช้ต่อในสมัยราชวงศ์ฮั่น
ประการที่สอง การจับทะเบียนคนพลัดถิ่น
กล่าวคือ ท้องที่ใดที่มีคนพลัดถิ่นหลบหนีเข้าไปอยู่ในเขตแดน สามารถใช้มาตรการสนับสนุนให้คนพลัดถิ่นแจ้งขึ้นทะเบียน “ชื่อสกุล” เพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นราษฎรขึ้นทะเบียนสามัญ
ประการที่สาม การรณรงค์ขอรับบริจาคหลังภัยพิบัติ
ระดมผู้มีอันจะกินและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น “ขนธัญพืชเข้าคลังหลวง” สนับสนุนให้ตระกูลใหญ่ที่มีเงินมีเสบียงเข้าร่วมต่อต้านและบรรเทาภัย โดยให้การยกย่องต่อสาธารณะหรือมอบบรรดาศักดิ์ที่สูงขึ้นแก่ผู้ที่ออกเงินและเสบียงช่วยทางราชการในการบรรเทาภัยแก่คนพลัดถิ่น
