บอกว่าจะไปเอี้ยงเต๊ก แต่ครึ่งทางซุนเจินแวะที่เองอิม
เอี้ยงเต๊กกับเอี๋ยนเซี่ยนตั้งอยู่ใต้แม่น้ำอิ่งสุ่ย ส่วนเองอิมอยู่เหนือแม่น้ำอิ่งสุ่ย หากเดินทางจากเอี๋ยนเซี่ยนไปเอี้ยงเต๊ก แท้จริงแล้วสามารถเลียบแม่น้ำมุ่งขึ้นตะวันตกเฉียงเหนือตรงไปได้ โดยไม่ต้องผ่านเองอิม แต่อย่างไรเสียเองอิมก็คือ "บ้านเกิด" ของซุนเจิน ครั้งนี้เขายกทัพกลับเมือง จะผ่านบ้านเกิดเข้าไปไม่ได้ไม่ได้ และอีกประการหนึ่ง เอี้ยงเต๊กคือที่ตั้งของเมือง เขาเพียง "คนนอก" จะนำทัพเข้าตั้งมั่นโดยตรงย่อมไม่เหมาะ อย่างน้อยก็ควรให้สมตามธรรมเนียม ทางที่ดีควรได้รับคำเชิญจากเจ้าเมืองเองฉวนก่อน
"คำเชิญ" นี้ ให้งักจิ้นเป็นผู้จัดการเอง
ซุนเจินยกทัพมาเองฉวนครั้งนี้ สร้างความกลัดกลุ้มใจแก่เจ้าเมืองเองฉวนยิ่งนัก
ซุนเจินเคยนำทัพผ่านเอี้ยงเต๊กมาครั้งหนึ่งแล้ว คือครั้งที่แล้วพระเจ้าเลนเตสวรรคต เขาเดินทางกลับจากฉางชา และได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นขุนพลจั่วจงหลางเจี้ยง ครั้งนั้นเขายกทัพเข้าสู่เมืองหลวง ระหว่างทางจัดแจงนำทหารม้าบุกเข้าเอี้ยงเต๊กเพื่อจับและสังหารตระกูลจางแห่งเอี้ยงเต๊กจนหมดสิ้น ทำให้เจ้าเมืองเองฉวนตกใจกลัวแทบสิ้นสติ เมื่อครานี้ได้ยินว่าซุนเจินนำทัพมามากกว่าเดิม ก็ยิ่งตื่นตระหนกสุดคณา
แม้จะหวาดกลัว แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ
เองฉวนเป็นหนึ่งในที่ตั้งกองทัพที่กองทัพพันธมิตรกวันตงกำหนดไว้ เขาเพียงเจ้าเมืองคนหนึ่ง กระทั่งอำนาจบังคับบัญชาทหารในเมืองยังถือไว้ไม่ได้ แล้วจะกล้าขัดขวางอ้วนเสี้ยวกับพรรคพวกได้อย่างไร
ฉะนั้น เมื่อทราบว่าซุนเจินกำลังจะถึงเขตเมือง และงักจิ้นเชิญให้เขาออกไปต้อนรับแต่แรกนั้น เขาก็อ้ำอึ้ง บ่ายเบี่ยงเลี่ยงไม่พูดให้ชัด งักจิ้นเห็นเขาไม่เต็มใจ ก็ไม่ได้ปริปากอีกต่อไป สุดท้ายออกจากเอี้ยงเต๊กพร้อมซุนฮิวและคนอื่น ๆ ไปรอรับซุนเจินถึงเอี๋ยนเซี่ยน ครั้งนั้นเจ้าเมืองเองฉวนบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงได้ แต่บัดนี้ซุนเจินนำกำลังพลเข้าสู่เขตเมืองแล้ว มาถึงเองอิม ซึ่งห่างจากเอี้ยงเต๊กเพียงไม่กี่สิบลี้ เขาจึงไม่อาจบ่ายเบี่ยงอีกต่อไป