ลิโป้ได้รับรายงานทางทหารของงุยเหวียนก็เป็นเวลาเช้าของอีกวันแล้ว
อ่านรายงานพลาง ลิโป้พลางเรียกบรรดาแม่ทัพนายกองมาหารือ
เตียวเลี้ยว โกซุ่น ซงเซียน ฮักบุก โจสิง เกาอาฮู หวนหงี และคนอื่นๆ ทยอยกันมา
โฮเส็งมาช้าที่สุด ตอนที่เขาเข้ามาในกระโจมของลิโป้ ลิโป้รอไม่ไหว ได้ถ่ายทอดเนื้อหาในรายงานทางทหารของงุยเหวียนให้เตียวเลี้ยวและคนอื่นๆ ฟังจนจบแล้ว
ลิโป้กวาดตามอง เห็นโฮเส็งแต่งกายไม่เรียบร้อย แม้จะสวมเกราะอยู่ ทว่าเชือกหนังที่ใช้ร้อยยึดแผ่นเกราะอกกับแผ่นเกราะหลังสองชิ้นใหญ่นั้น เส้นที่สีข้างซ้ายกลับไม่ได้ผูกให้แน่นหนา ทำให้แผ่นเกราะสองชิ้นนั้นดูหลวมโครก ยามเดินจึงกระทบกันดังกรุ๋งกริ๋ง พอเข้ามาในกระโจมแล้ว โฮเส็งก็ถอดหมวกเกราะลง เผยให้เห็นผ้าคาดผมสีดำด้านใน ผ้าคาดผมก็ไม่ได้เก็บให้เรียบร้อย เบี้ยวๆ บูดๆ
โกซุ่นและคนอื่นๆ รู้จักมักคุ้นกับโฮเส็งมานาน ย่อมรู้ดีว่าเขามีนิสัยเช่นไร
โกซุ่นเหลือบเห็นท่าทางเขาแล้วก็รู้ทันทีว่าเหตุใดเขาจึงมาสาย พลันขมวดคิ้วกล่าวว่า "ท่านแม่ทัพเรียกพวกเราเข้าไปพบ เหตุใดเจ้าจึงร่ำรอมาไม่รีบร้อน ตามกฎอัยการศึก เมื่อกลองเรียกประชุมแม่ทัพสิ้นเสียงลง แต่แม่ทัพนายกองยังมาไม่ถึง มีโทษประหาร เจ้าไม่ยำเกรงกฎอัยการศึกของท่านแม่ทัพหรืออย่างไร"
โฮเส็งพูดจาโอหังว่า "ข้าไม่ได้ตั้งใจมาช้า..." ปัดเปาะกางเกง เอามือเท้าสะเอว ยื่นบั้นเอวไปข้างหน้า ทำท่าทางที่เห็นก็รู้ทันโดยไม่ต้องพูดอะไร แล้วว่า "เรื่องกำลังทำอยู่ครึ่งหนึ่ง ไหนเลยจะหยุดเสียกลางคันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ข้าอยากหยุด ก็หยุดไม่ได้นี่นา ด้วยจนใจจริงๆ จึงมาช้า" แล้วคุกเข่าคำนับคารวะลิโป้ กล่าวว่า "กระผมรู้โทษแล้ว ขอท่านแม่ทัพอย่าได้ถือสา"
โจสิงและคนอื่นๆ พากันหัวเราะครืน
ลิโป้ก็หัวเราะด้วย กล่าวว่า "ช่างเถิด ช่างเถิด จะไม่ลงโทษเจ้าก็แล้วกัน"
