บรรดาแม่ทัพใต้บังคับบัญชาของซุนเกี๊ยนนั้น เทียเภามีอายุมากที่สุด และเป็นที่เคารพนับถือมากที่สุด แม้แต่ซุนเกี๊ยนเองก็เรียกเขาอย่างให้เกียรติว่า “ท่านเทีย” ไม่เรียกชื่อจริง ทว่าเทียเภาหาใช่ชาวกังตั๋งไม่ เขาเป็นชาวเมืองโย่วเป่ยผิง โย่วเป่ยผิงนั้นขึ้นกับอิวจิ๋ว ทิศตะวันตกคือเมืองอวี๋หยาง ทิศตะวันออกคือเมืองเหลียวซี กล่าวได้ว่าเป็นดินแดนเหนือสุดของราชสำนักฮั่น อันได้แก่บริเวณอำเภอจี้และจุนฮว่าในภายหลัง เนื่องจากตั้งอยู่ในภูมิภาคห่างไกล กระแสอักษรศาสตร์จึงไม่รุ่งเรือง ฉะนั้น ปราชญ์ชื่อดังซึ่งเป็นคนท้องถิ่นนั้นมีน้อย หากแต่ก็เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน ติดต่อกับชนเผ่าอนารยชนทางเหนือ สงครามเกิดบ่อยครั้ง ดังนั้นจะว่าไปไกลนั้นไม่ต้องเอ่ยถึง เฉพาะตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกเป็นต้นมา แม่ทัพนามอุโฆษที่มาปกปักรักษาดินแดนแห่งนี้นับเนื่องก็ไม่น้อยเลย อาทิ หลี่กว่าง “ขุนพลเหินหาว” ผู้เลื่องลือแห่งฮั่นตะวันตก ก็เคยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองโย่วเป่ยผิง เรื่องที่เล่าขานว่าหลี่กว่างยิงธนูใส่ก้อนหิน ก็เห็นจะเกิดขึ้นที่โย่วเป่ยผิงนี้เอง
แต่เหตุไฉนเทียเภาคนจากแดนเหนือจึงมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของซุนเกี๊ยน พยัคฆ์แห่งกังตั๋งเล่า
ว่ากันง่าย ๆ ก็คือ คราวกบฏโพกผ้าเหลืองนั้น เทียเภาเป็นขุนนางในที่ว่าการแคว้นอิจิ๋ว ติดตามกองทัพอิจิ๋วเดินทางไกลนับพันลี้ ลงใต้ไปยังอิจิ๋ว เกงจิ๋ว เข้าร่วมปราบกบฏ บังเอิญซุนเกี๊ยนถูกจูฮี หนึ่งในแม่ทัพใหญ่ของฝ่ายปราบกบฏ แต่งตั้งให้เป็นจั่วจวินซือหม่า และเข้าร่วมปราบกบฏด้วย โชคชะตานำพาให้ทั้งสองมาพบกัน กลับมีอัธยาศัยต้องกัน เทียเภาจึงมาสวามิภักดิ์อยู่ใต้บังคับบัญชาของซุนเกี๊ยน
นับแต่นั้น เทียเภาก็จากบ้านเกิด พาเหล่าทหารหาญอิจิ๋วในบังคับติดตามซุนเกี๊ยนออกศึกตราบจนบัดนี้ เริ่มจากปราบโพกผ้าเหลือง แล้วรบตั๋งโต๊ะ ช่วงชิงอิจิ๋ว ตลอดเกือบสิบปี ไม่มีสมรภูมิสำคัญใดที่ซุนเกี๊ยนเข้าร่วม แล้วเขาจะพลาด
