นอกจากงุยเยว่ที่รับหน้าที่คัดเลือกทหารอ่อนแอรบมิไหว แล้วขับออกจากค่ายไปเสีย เหล่านายทหารที่เหลือก็ล้วนตามลิโป้กลับเข้าไปในอำเภอ
ที่การศึกตีเองฉวนครั้งนี้เป็นสงครามใหญ่หนต่อไปของลิโป้นับแต่มาถึงอิจิ๋ว อาจเทียบได้กับคราวบุกยีหลำก่อน พอคาดหมายได้ว่าเมื่อซุนเกี๊ยนทราบข่าวแล้ว เห็นจะยกพลเอกของอิจิ๋วมาห้ำหั่นกับลิโป้ด้วยตนเองถึงเก้าส่วน ดังนั้นลิโป้จึงได้เรียกบรรดานายทหารที่เดิมให้แยกประจำการตามหัวเมืองทั้งหลายที่ตนยึดได้ มายังที่บัญชาการของตนตั้งแต่เมื่อวันก่อน
แม่ทัพนักรบอย่างเตียวเลี้ยว โกซุ่น ซ่งเซียน ฮักบุก โฮเส็ง เฉาเซิ่ง เกาหย่า ฟ่านอี่ ตลอดจนแม่ทัพแก่งรบ ต่างมาอยู่พร้อมเพรียงกันเต็มท้องพระโรง
นายทหารเหล่านี้ล้วนสวมเกราะอย่างดี ประดับลวดลายระบายสีต่าง ๆ ผู้ใดชอบแม่สีสดดังเกาหย่าและฟ่านอี่ก็ย้อมเกราะเป็นสีแดง สีเหลือง เป็นต้น และนอกจากนี้ยังพาดคลุมด้วยเสื้อคลุมผืนใหญ่หรือผ้าไหมทอลายวิจิตรโพกพาดอีกด้วย
เว้นแต่โกซุ่นผู้เดียวที่สวมเกราะเรียบ ๆ ไม่มีภาพเขียน ไม่แต่งแต้มสีสัน หาได้มีเครื่องประดับใดไม่ นั่งอยู่ในหมู่คนนั้นพลางดูขัดเขินแปลกแยกไปบ้าง ถึงกระนั้นไม่ว่าลิโป้หรือนายทหารอื่นก็ไม่มีใครรู้สึกฉงนประการใด
ก็ด้วยนิสัยของโกซุ่นเป็นเช่นนั้นเอง สะอาดสง่าเคร่งขรึม ยามปกติแม้นสุราก็ไม่ดื่ม แม้จะเป็นแม่ทัพนักรบ ทว่าการใช้ชีวิตส่วนตัวกลับเคร่งครัดตนกว่าเหล่าบัณฑิตสามัญเสียอีก แทบไม่มีความชอบด้านใด ทั้งกามารมณ์ ความอร่อย และทรัพย์สินล้วนไม่สนใจ อีกทั้งยังพูดจาน้อย ระมัดระวังกิริยา จนถึงกับจะว่าเหมือนนักบวชถือสันโดษก็ว่าได้
ห้องโถงใหญ่ของที่ว่าการอำเภอนั้นหันหน้าสู่ทิศใต้
ผนังด้านตะวันตกของโถงใหญ่แขวนแผนที่ขนาดใหญ่ไว้
แผนที่นั้นเขียนแสดงภูมิลักษณ์ของอิจิ๋ว และแคว้นทั้งหลายที่อยู่โดยรอบและมีพรมแดนติดต่อกัน ไม่เพียงแต่บอกหัวเมืองใหญ่และเมืองทั้งหลายในอิจิ๋วเท่านั้น หากยังระบุแม่น้ำลำธารและขุนเขาในอาณาบริเวณของอิจิ๋วอย่างละเอียดไว้ด้วย
