ซุนเจินจึงออกคำสั่งไปยังเล่าปี่ ให้เขานำกองกำลังของตนไปยังเยิ่นเฉิง รวมพลกับเฉินเปา หลี่จ้านและเจียงหู ขัดขวางกองหนุนจากกุนจิ๋ว เล่าปี่รับคำสั่งแล้ว ในวันนั้นก็ยกพลออกค่ายมุ่งหน้าไปทางตะวันตก เขาเคลื่อนทัพได้รวดเร็ว ถึงเมืองเยิ่นเฉิงในบ่ายวันรุ่งขึ้น เฉินเปาออกมาต้อนรับ ทั้งสองจึงรวมพลตั้งค่ายร่วมกัน
ที่อำเภอเหอเซียง ครั้นเล่าปี่จากไป ซุนคังก็ถูกลดตำแหน่งอีก ซุนฉ่างซึ่งเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นนายกองทหารหนักจึงกลายเป็นแม่ทัพใหญ่ ควบคุมทั้งภายในภายนอก คอยป้องกันโจรโพกผ้าเหลืองเมืองหลู่ที่รุกรานเป็นครั้งคราว ทั้งยังลำเลียงเสบียงและอาวุธให้เล่าปี่ เฉินเปา และเจียงหู แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่ซุนฉ่างคุมทัพตามลำพังและแบกภาระหนัก แต่ว่าก่อนหน้านี้เขาฝึกฝนอยู่ในกองทัพมานาน กิจธุระทั้งหลาย กลับควบคุมบัญชาการได้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด
ซุนเจินตรวจดูรายงานทางทหารของเขาและของนายทหารอื่นในค่ายเหอเซียงครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นเขาทำงานรอบคอบมั่นคง มีระเบียบวิธี ก็ยินดียิ่งนัก จึงรู้สึกวางใจได้มาก
กลับกล่างถึงซุนเฉิงใช้แผนของกุยแก ทำทีเร่งรีบให้เห็นเป็นเชื่องช้า ทำทีใกล้ให้เห็นเป็นไกล จงใจเดินทัพเอื่อยเฉื่อย เข้าเขตเมืองไก่ไปไม่ไกล ก็ตั้งค่ายลงตรงนั้นก่อน จากนั้นส่งอู๋ตุ้นใช้ธงและกลองของตน ปลอมเป็นตนคุมกำลังหลักเข้าโจมตีข้าศึกที่ตั้งอยู่บนเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไก่ แล้วในคืนวันนั้นก็ทิ้งค่ายพัก นำทัพของเฉินอู่และซุนกวานด้วยตนเองเร่งรุดไปยังตัวเมืองไก่ ใช้เวลาหนึ่งคืนครึ่งวันก็ถึงนอกเมือง ส่งเฉินอู่เข้าโจมตีค่ายนอกเมือง
ทหารจากเขาไท้ซานที่ตั้งอยู่นอกเมืองไก่มีทั้งหมดเจ็ดร้อยกว่านาย เต็มหนึ่งกอง ล้วนแต่เป็นหน่วยรบชั้นยอด เรียกว่า 'ทะลวงแข็งแกร่ง' เมื่อครั้งก่อนติดตามอิงเส้าปราบโจรโพกผ้าเหลืองเขาไท้ซาน นักรบกองนี้เคยสร้างผลงานใหญ่หลวงหลายครั้ง เป็นหนึ่งในกองทหารหาญกล้าที่มีชื่อของอิงเส้า
