ไร้ซุนเจินเป็นคู่ต่อกร โจโฉในสนามรบสำแดงความสามารถที่แท้ตนได้เต็มที่ รบคราหนึ่งก็ยึดหลีหู
หลังจากตีหลีหูได้ เขามิได้เสียเวลาอยู่ในอำเภอหลีหูที่ซุนเจินตั้งขึ้นแต่ประการใด เพียงรอจนหลิวรั่วและพวกนำกองหนุนทยอยมาถึง แล้วแบ่งทหารสามพันให้หลิวรั่ว สั่งการให้ยกไปตามแม่น้ำผูสุ่ยมุ่งตะวันออก รุกตีเมืองเจินเฉิงและหัวเมืองอื่นต่อไป
ก่อนหลิวรั่วออกเดินทาง โจโฉกำชับเขาว่า หากเมืองเจินเฉิงหรือที่ใดตีได้ง่ายก็จงเข้ายึด หากในเมืองมีป้อมปราการแน่นหนาป้องกันเข้มแข็ง ตีได้ไม่ง่าย ก็ไม่จำต้องตีหัก หากหน่วงกำลังทหารซีจิ๋วที่ประจำในหลายอำเภอนี้ไว้มิให้เคลื่อนก็พอ
หลิวรั่วเข้าใจเจตนาแจ่มแจ้ง รับบัญชาแล้วนำกองทหารจากไป
โจโฉพากองกำลังหลักที่เหลือ พักแรมอยู่ที่อำเภอหลีหูหนึ่งค่ำคืน
รุ่งขึ้น ก็ระดมธงไสวเคลื่อนพลอย่างสง่างามโอฬารข้ามแม่น้ำผูสุ่ย มุ่งไปทางทิศตะวันตกค่อนใต้สู่อำเภอติ้งเถา
ติ้งเถาห่างจากอำเภอหลีหูประมาณร้อยลี้
ครั้นโจโฉมาถึงนอกอำเภอติ้งเถา ทัพของเตียวเมาก็นำโดยตัวเตียวเมาเองมาถึงใต้กำแพงเมืองติ้งเถาแล้ว
อำเภอติ้งเถากับแคว้นเฉินหลิวมิได้มีเขตแดนต่อเนื่องกัน ตรงกลางมีอำเภอยวนจูของเมืองจี้อินคั่นกลาง
ยวนจูกับติ้งเถาต่างอยู่ริมฝั่งเหนือของแม่น้ำจีสุ่ย สองอำเภอต่อแดนกัน ตัวอำเภอทั้งสองก็ห่างกันราวร้อยลี้
ยวนจูนี้เดิมทีเป็นที่ที่เตียวเมายกทัพออกจากเฉินหลิวเข้าโจมตีเป็นแห่งแรก ทว่าไม่เหมือนโจโฉที่รบคราเดียวก็ยึดหลีหู กองทัพเตียวเมาล้อมเมืองยวนจู รบอยู่กว่าวันก็ยังคืบหน้าไม่ได้แม้นิ้วเดียว ครั้นได้ข่าวทัพจากโจโฉว่า "ยึดหลีหูแล้ว" เพื่อจะได้รีบสมทบกับโจโฉเข้าโจมตีเมืองหลวงของจี้อินซึ่งก็คือเป้าหมายหลักของศึกนี้คือติ้งเถา เตียวเมาจึงคล้อยตามคำเสนอของตันก๋ง ยกทัพล้อมยวนจูไว้มิเข้าโจมตี ทิ้งให้เตียวเชาผู้น้องคุมทหารส่วนหนึ่งปิดล้อมไว้ แล้วตัวเขาเองนำกองหลักอ้อมเมืองยวนจูไปถึงอำเภอติ้งเถา
ทหารฝ่ายโจโฉสองหมื่นเจ็ดแปดพัน ทหารฝ่ายเตียวเมาหมื่นเศษ สองทัพรวมกันได้กำลังพลประมาณสี่หมื่นคน
ในบรรดาทหารราบม้าสี่หมื่นนี้ นับรวมกำลังที่อ้วนเสี้ยวส่งมา ทหารฝีมือดีที่ออกรบได้มีราวหมื่นคน
