# ตอนที่ 347 — ริมคันนาเมืองหานตานยามสารทเดือนเก้า (ตอน 7)
เตียวหยุน(12)วางท่าสง่าผ่าเผยไม่รีบร้อน คารวะอย่างไม่ยอมก้มมิหยิ่งผยอง กล่าวว่า "ผู้น้อยชื่อเตียวหยุน มิทราบว่าท่านทั้งหลายเป็นผู้ใดหรือ"
ภายในรั้วไม้ ต้นสาลี่สูงใหญ่ต้นหนึ่งออกผลดกเต็มต้น กิ่งก้านสาขาแผ่ใบหนาแน่น ดอกสาลี่บานสะพรั่งเป็นพวงพู ใต้ต้นนั้นมีชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมอาภรณ์ดำมวยผมรวบ รูปร่างสูงสง่างามคมสันคมขำ มือกดด้ามกระบี่ยืนผึ่งผาย ดวงตาแจ่มจ้าดั่งดาว ข้างกายเขาบนพื้นปูเสื่อหญ้าแผ่ออกผืนหนึ่ง วางคัมภีร์ไม้ไผ่ม้วนหนึ่งไว้บนนั้น มีกลีบดอกร่วงพรูเป็นจุด ๆ
ครั้นได้เห็นผู้นี้เห็นภาพนี้ คณะที่อยู่นอกรั้วต่างตื่นตาตื่นใจ ยังมิทันได้สนทนากับเตียวหยุน ก็เกิดความนิยมชมชอบในตัวเขาขึ้นในใจเสียก่อนแล้ว
ก่อนได้พบเตียวหยุน ซุนฮิวได้ยินเรื่องราวต่าง ๆ ของเขา นึกว่าเขาอย่างน้อยก็ต้องอายุยี่สิบกว่าปี ไม่คาดว่าเขากลับมีอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปด ทั้งยังมิได้เข้าพิธีสวมกวาน(1)ด้วยซ้ำ ในใจคิดว่า "แต่ก่อนได้ฟังที่เหยียนเหมิ่งเล่ามาต่าง ๆ ว่าเด็กผู้นี้มีเมตตานอบน้อมและกล้าหาญห้าวหาญ เมื่อครู่ได้ยินเขาอ่านหนังสือ ฟังเขาวิจารณ์เตียวตุ้น ทีแรกชมแล้วจึงค่อยตำหนิ ทว่ารักชังแจ่มชัด เที่ยงธรรมซื่อสัตย์ มีทั้งคุณธรรมงดงาม มีทั้งรูปโฉมงาม นับเป็นวีรชนหนุ่มผู้หนึ่งแท้"
แต่เดิมซินอ้ายยืนอยู่เบื้องหลังซุนเจิน บัดนี้ก้าวมาข้างหน้าครึ่งก้าว เพื่อจะได้เห็นรูปลักษณ์ของเตียวหยุนถนัด แล้วเพ่งมองไปยังคัมภีร์ไม้ไผ่บนเสื่อ คิดในใจว่า "เมื่อก่อนฟังเหยียนเหมิ่งบอกว่าเขาช่ำชองการขี่ม้ายิงธนู ในกองทัพโจรเข้าออกสองรอบ ไม่มีผู้ใดต้านได้ ทีแรกนึกว่าเขาจะเป็นบุรุษกำยำห้าวหาญดั่งเตียนอุย ไม่คาดว่ารูปโฉมเขาจะคมสันงดงาม ทั้งยังรู้หนังสือ มิดูเป็นนักรบเลยแม้แต่น้อย กลับเป็นบัณฑิตผู้หนึ่งเสียอีก"
