เล่าเปียวได้อ่านฎีกาฉบับที่สามของซุนเจินและซุนเกี๊ยนแล้ว กลับไม่มีความคิดสับสนวุ่นวายเช่นอ้วนสุด เพราะเวลานี้เขากำลังทุ่มเทสรรพกำลังไปกับการรบยืดเยื้อระหว่างกองกำลังของหองจอและกองทัพอ้วนสุด
ตั้งแต่ทางฝั่งอ้วนสุดได้ลิโป้มาร่วมทัพ สถานการณ์รบที่เคยคุมเชิงกันอยู่เดิมก็เริ่มไม่สู้ดีนักสำหรับฝ่ายเล่าเปียว
ลิโป้นั้นสามารถรบยิ่งนัก กองกำลังของเขาเองก็ล้วนเป็นทหารม้าฝีมือเยี่ยม หลังจากเข้าร่วมกับอ้วนสุดได้ไม่นาน ก็ช่วยให้อ้วนสุดรุกคืบแนวรบในเขตเมืองกังแฮลงมาทางใต้กว่าสองร้อยลี้ บัดนี้ใกล้จะประชิดถึงซีหลิงเมืองเอกของเขตกังแฮแล้ว
ซีหลิงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำแยงซีเกียง หากที่นี่ถูกตีแตกเมื่อใด ทางปีกตะวันออกของเซียงเอี๋ยงก็จะถูกคุกคามทันที จากจุดนี้ กองกำลังของอ้วนสุดสามารถรุกมุ่งหน้าทิศตะวันตกได้โดยตรง เข้าโจมตีอำเภออันลู่ อวิ๋นตู้ และอำเภออื่น ๆ ต่อจากนั้นก็จะเคลื่อนพลเลียบแม่น้ำฮั่นสุ่ยขึ้นเหนือ สมทบกับกองทัพอ้วนสุดทางตอนเหนือของเซียงเอี๋ยงเพื่อโจมตีกระหนาบสองด้าน
แน่นอน หากดูสถานการณ์ในเวลานี้ หองจอได้นำกองกำลังชั้นยอดด้วยตนเองเข้าประจำการในซีหลิง เสริมสร้างเมืองให้แข็งแกร่งและตั้งมั่นป้องกันไว้อย่างเหนียวแน่น ขณะเดียวกัน ตัวลิโป้เองก็กรำศึกจนทหารล้าและได้กลับไปพักรักษากำลังอยู่ที่อำเภอโห้เฉียวนานแล้ว ป่านนี้คงเหลือเพียงกำลังพลบางส่วนในบังคับของเขาที่ยังอยู่แนวหน้านอกเมืองซีหลิง คาดว่าซีหลิงยังไม่น่าจะถูกตีแตกได้ในเร็ววัน ต่อให้ถอยมาคิดแง่ร้าย แม้ซีหลิงจะถูกตีแตก กว่าที่กองทัพอ้วนสุดจะวกกลับมาโจมตีถึงปีกข้างของเซียงเอี๋ยง ก็ยังต้องใช้เวลาตีเมืองอีกหลายแห่ง หนทางยาวไกลถึงสามร้อยกว่าลี้ แต่ว่าคนเราหากไม่คิดการณ์ไกล ภัยใกล้ตัวก็จะมาเยือน จำเป็นต้องเตรียมการป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ
