ตอนนี้ลู่เจวี๋ยกำลังใจไม่ดี
เพราะองค์หญิงโกรธ
สตรีสาวหันหลังให้เขานั่งอยู่บนเตียง ตัวป่องเปรี้ยว ท่าทาง “ข้าโกรธ เจ้าอย่ามาพูดกับข้า”
เขาไม่เคยเห็นเจียงจือเซี่ยโกรธมาก่อน ยืนทำอะไรไม่ถูกข้างเตียง ไม่รู้จะปลอบอย่างไรเลย
เจียงจือเซี่ยแทบระเบิด
เมื่อกี้ลู่เจวี๋ยเล่าตัวเลือกสองข้อนั้นให้ฟัง นางฟังเขาเลือกข้อหลังโดยไม่ลังเล กลับมายังทำหน้ารอคำชมให้มอบชีวิตเขาให้ นางโกรธจนพูดไม่ออก
นางมาดาวไห่หลานเพื่อใคร?!
นางไม่ยอมมอบอำนาจควบคุมชิปเด็ดขาดเพื่อใคร?!
เพื่อให้อิสระแก่เขา นางทุ่มเทสุดความสามารถ ผลคืออีกฝ่ายรีบร้อนจะมอบอิสระนั้นออกไป!
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าชิปนั่นสามารถระเบิดหัวใจเขาได้ตลอดเวลา ต่อให้มอบไปแล้ว นางไม่มีอำนาจควบคุม จะล้างมลทินสถานะทาสนักโทษให้เขาได้อย่างไร!!
แล้วเจียงถิงอีก!
เขาย้ำอำนาจควบคุมชิปของลู่เจวี๋ยมากเกินไปแล้ว!
เจียงจือเซี่ยยิ่งคิดยิ่งโกรธ ลุกขึ้นแล้วเดินปึงปังออกไป
ลู่เจวี๋ยรีบตามมา เรียกนางอย่างน่าสงสาร “องค์หญิง…”
เจียงจือเซี่ยหันกลับมาชี้ หน้าดุ “เจ้ายืนรอที่นี่!”
ลู่เจวี๋ยชะงัก ยืนมองนางจากไปด้วยความเป็นกังวล
เจียงจือเซี่ยเดินไปหาเจียงถิงอย่างบึงพึง
ยังไม่ทันถึงหน้าประตู ประตูก็เปิดกว้าง
ชายที่มีอำนาจน่าเกรงขามยืนอยู่ตรงประตู เหมือนกำลังรอนางมา
เจียงจือเซี่ยฝีเท้าสะดุด อานุภาพลดเกินครึ่ง “…ท่านพี่”
เจียงถิงหลบข้าง ถนอมคำ “เข้า”
เจียงจือเซี่ยหมดอำนาจ
ภายใต้การจับจ้องของดวงตาที่เงียบงันนั้น นางแทรกตัวเข้าประตู ทรุดลงนั่งโซฟา ก้มมองปลายเท้า
ความจริงแล้ว เจียงถิงก็เพื่อความปลอดภัยของนาง
ดังนั้น การที่นางมาหาเรื่อง จึงดูไม่มีเหตุผล
เจียงถิงมองสตรีสาวที่หมองลงเมื่อเข้าประตู ใบหน้าสวยเปื้อนความไม่พอใจ ยังจงใจนั่งที่ห่างจากเขามาก
เหมือนเขาเป็นสัตว์ร้าย จะกลืนนางทั้งตัว
เขาเดินช้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม ไขว้ขาเรียว
“มีอะไรจะพูดก็พูด” เขาหยุดไปครู่ เสริม “ไม่ต้องกลัวข้า”
