เจียงถิงรู้สึกว่าตนอดทนมามากพอแล้ว
เขาใช้ความอดทนทั้งหมดอธิบายให้หญิงสาวฟัง วิเคราะห์ผลได้ผลเสีย เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่มีเจตนาร้ายต่อนางและชายหนุ่มที่นางชอบ
แต่หญิงสาวไม่ยอมเชื่อ ยังคงไม่อยากส่งมอบอำนาจควบคุม
เจียงถิงปวดหัวมาก ขมวดคิ้วครุ่นคิด
ผู้หญิงนี่ง้อยากกันทุกคนหรือไง?
จนกระทั่งเขาเสนอว่า หากคดีของตระกูลลู่พลิกกลับ และลู่เจวี๋ยทำผลงานได้ดีในกรมทัพ เขาจะถอดชิปของลู่เจวี๋ยออกมาให้
เจียงจือเซี่ยมองเขาอย่างลังเล "ท่านพี่สาบาน!
เจียงถิง " ...ข้าสาบาน"
ในที่สุดหญิงสาวก็ซังกะตายยอมส่งมอบอำนาจควบคุมให้เขา
มองดูท่าทางหมดอาลัยตายอยากของนาง เจียงถิงปลอบนางอย่างงุ่มง่าม
"เจ้าวางใจเถอะ ข้ามีวิธีฆ่าเขาอีกมากมาย ไม่ต้องใช้แค่ชิปตัวนี้หรอก"
เจียงจือเซี่ย " ..." ท่านพี่ ท่านนี่ปลอบเก่งจริง ๆ
นางหมุนตัวเดินคอตกกลับไป
...
ลู่เจวี๋ยคุกเข่าบนเตียง จ้องมองกองผ้าห่มนูนเล็ก ๆ ตรงหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
หลังจากองค์หญิงกลับมาอย่างหมดแรง ก็เอาแต่เงียบ ห่อตัวอยู่ในผ้าห่มไม่พูดจากับใคร
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
คุยกับองค์ชายใหญ่ไม่ราบรื่นหรือ?
หรือเพราะเขาอยากส่งมอบอำนาจควบคุม องค์หญิงจึงคิดว่าเขาไม่ภักดี?
เขาลังเลพลางเรียกเบา ๆ "องค์หญิง?"
ในผ้าห่มไม่มีเสียงตอบ
ลู่เจวี๋ยลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปขุดองค์หญิงออกมา
เดิมทีเขาแค่เป็นห่วงอยากปลอบนาง แต่พอเห็นหน้าเจียงจือเซี่ย ลมหายใจก็สะดุดไปชั่วขณะ
หญิงสาวอยู่ในผ้าห่มนานเกินไป เส้นผมหลายเส้นแนบติดใบหน้าแดงระเรื่อ ขอบตาก็แดงก่ำ ทั้งร่างส่งกลิ่นหอมที่ทำให้คนใจเต้นสับสน
สายตาเขาค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปโดยไม่รู้ตัว หยุดที่ริมฝีปากเปียกชื้นขององค์หญิง
ดูเหมือนน่ากินจัง...
เจียงจือเซี่ยอารมณ์หงอย ๆ พลิกตัว หันหลังให้เขา
นางรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์
พยายามอยู่นานหลายวัน สุดท้ายลู่เจวี๋ยจะกลับมามีอิสระได้ไหม ก็ไม่ใช่สิ่งที่นางเป็นผู้ตัดสิน
ความหวั่นไหวเล็ก ๆ ของลู่เจวี๋ยถูกขัดจังหวะ แปรเปลี่ยนเป็นความอาลัย
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยหูและหางสัตว์ของตนออกมา
องค์หญิงชอบเล่นของนี้
