มีเงินแล้ว เจิ้งเสี่ยวอวี่ก็ย้ายออกจากหอพักมหาวิทยาลัยโดยตรง เช่าอพาร์ตเมนต์ดีๆ ใกล้มหาวิทยาลัยหนึ่งห้อง
จากนั้นก็อัปเกรดอุปกรณ์ครั้งใหญ่
ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม เสื้อผ้าแบรนด์เนม
เครื่องสำอางราคาถูกที่เคยใช้ทิ้งหมด เปลี่ยนเป็นเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์ราคาห้าถึงหกพันต่อชุด
ใช้เงินอยู่หลายรอบ จนเกือบหมดเงินที่หามาจากการสตรีม
แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะคิดว่าเงินหมดก็เปิดสตรีมหาใหม่เอาได้
เดือนที่สาม รายได้ของเธอมีจุดก้าวหน้าใหม่ มีป๋าคนหนึ่งปั่นของให้เธอสองแสนกว่าโดยตรง
รวมกับที่แฟนคลับคนอื่นปั่นให้ รายได้เดือนนั้นพุ่งสูงถึง 220,000 บาทโดยตรง
แต่เดือนที่สี่ การสตรีมของเธอก็เริ่มมีปัญหา
ป๋าคนนั้นที่ปั่นให้สองแสนกว่าเดือนก่อนชวนเธอไปเจอเป็นการส่วนตัว
หลังจากเธอปฏิเสธอย่างสุภาพ ป๋าคนนั้นก็ไม่เข้าห้องสตรีมของเธออีกเลย
พอไม่มีการสนับสนุนจากป๋า ความนิยมตอนเธอสตรีมก็ลดลงอย่างมากตามไปด้วย
ดังนั้น รายได้จากการสตรีมเดือนที่สี่จึงมีแค่ 80,000 บาท
รายได้ลดลงกระทันหัน ส่งผลกระทบต่อจิตใจการสตรีมของเจิ้งเสี่ยวอวี่โดยอ้อม ทำให้รายได้การสตรีมเดือนที่ห้าลดลงเหลือ 50,000 บาท
ตอนนี้ เอเย่นต์ของสมาคมก็มาหาเธอเพื่อคุยเป็นการส่วนตัว ให้เธอรีบเอาป๋ากลับมา
แต่เจิ้งเสี่ยวอวี่กลับวางหน้าไม่ลง
อย่างไรก็ตาม ภายใต้แรงกดดันจากสมาคม เธอกลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้งในเดือนที่หก ประคองความนิยมกลับมาได้บ้าง!
ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา
ก็มีป๋าคนใหม่โผล่ขึ้นมา หลังปั่นของขวัญให้บ้าง ก็จะชวนเธอไปเจอเป็นการส่วนตัว จุดประสงค์ก็ไม่ต้องพูดให้ชัดก็รู้
หลังจากเธอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ป๋าเหล่านั้นก็ทยอยจากไปทีละคน
