ทุกคนหยุดฝีเท้าทันที แล้วหันไปมองซูอี้
“เกิดอะไรขึ้น?”
ซุนเทาเดินเข้ามา สีหน้าเคร่งขรึม
ซูอี้รวบรวมสติ เขารู้สึกได้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เขาหันไปเดินเข้ากอหญ้าทางซ้ายไม่กี่ก้าว แหวกหญ้าออก ก็เห็นรอยรองเท้ายางหลายรอยประทับชัดเจนอยู่บนพื้น
ลายพื้นรองเท้าหยาบกร้าน ไม่ใช่ลายรองเท้าฝึกทหาร และไม่ใช่รองเท้าผ้าทำมือที่ชาวเขาท้องถิ่นนิยมสวมใส่
ข้างกันยังมีเศษก้นบุหรี่ที่สูบหมดแล้วทิ้งอยู่หลายมวน
เว่ยเถิงเดินเข้ามาดู ความไม่ใส่ใจบนใบหน้าหายไปในพริบตา “ทั้งรอยเท้ากับก้นบุหรี่ยังใหม่อยู่เลย เพิ่งผ่านไปไม่นาน!”
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าที่นี่มีร่องรอยการเคลื่อนไหวของคนอยู่จริง
ซุนเทาตัดสินใจทันทีแล้วออกคำสั่งว่า
“ทุกคนฟัง เปลี่ยนเป็นรูปขบวนค้นหาสู้รบ”
“เจียงเจิ้น นายพาสองคนค้นหาด้านหน้า เว้นระยะห่างกันห้าเมตร”
“เว่ยเถิง ตู้จื่อเถิง พวกนายแบ่งกันพาคนไปคุ้มกันปีกซ้ายกับปีกขวา”
“ซูอี้ นายอยู่ตรงกลางกับฉัน คอยสนับสนุน”
“รับทราบ!”
พอสิ้นเสียงสั่ง ทุกคนก็ขยับทันที
ทหารเก่าที่เมื่อครู่ยังพูดคุยหัวเราะกันอยู่ พลันเปลี่ยนเป็นคนละคน
พวกเขาย่อตัวลง ประคองปืนไรเฟิลให้อยู่ในแนวพร้อมยิง สายตาคมกริบราวกับใบมีด ฝีเท้าแผ่วเบาจนแทบไม่มีเสียงยามเหยียบใบไม้ร่วง
วินาทีนั้น ทักษะการรบของหน่วยแหลมดาบเผยออกมาอย่างเต็มที่
ทุกคนค่อย ๆ เคลื่อนลึกเข้าไปในหุบเขาตามร่องรอย
เดินไปไม่ถึงห้าร้อยเมตร เจียงเจิ้นที่อยู่หน้าสุดก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดกะทันหัน
ทุกคนย่อตัวลงทันที หลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้
เจียงเจิ้นค่อย ๆ ชี้ไปยังจุดสูงจากพื้นราวครึ่งเมตรด้านหน้า
