เมื่อมาถึงริมแอ่งน้ำที่แอ่งเยี่ยยา ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าสับสนปนเสียงหอบหายใจดังตามมา
“ฉางเล่อ รอพวกเราด้วย!”
จ้าวกว่างซานพาหลิวส่วงจู้กับกองกำลังอาสาสมัครอีกหลายคนไล่ตามมาอย่างหอบแฮก
สวีฉางเล่อหยุดเดิน หันกลับไปมองพวกเขา
“อาจ้าว พวกคุณตามมาทำไมกัน?”
จ้าวกว่างซานปัดเกล็ดหิมะบนเสื้อ “ฉันเป็นห่วงนายที่ต้องมาอยู่คนเดียว”
“แอ่งน้ำใหญ่ขนาดนี้ ถ้านายวางอวนคนเดียว คงต้องทำกันถึงปีไหนถึงจะเสร็จ”
“ฉันเลยเรียกส่วงจู้กับคนอื่น ๆ มาช่วย คนเยอะก็แรงเยอะ ถ้าจับปลาได้จริง จะได้ช่วยกันขนกลับไปด้วย”
หลิวส่วงจู้เดินเข้ามา เอื้อมมือไปแตะอวนลากบนเลื่อน
“ฉางเล่อ ใต้น้ำมีปลาจริงเหรอ?”
“เมื่อกี้พวกคนในหมู่บ้านยังนินทากันอยู่เลยว่า พวกเราเข้าป่าตั้งแต่เช้ามืดแล้วเกิดเพี้ยนขึ้นมา”
สวีฉางเล่อถอดอุปกรณ์ออกจากเลื่อน พลางหัวเราะเบา ๆ
“มีของหรือเปล่า เดี๋ยวเจาะน้ำแข็งดูก็รู้”
จ้าวกว่างซานกวาดตามองผืนน้ำแข็ง ในใจกังวลอยู่บ้าง
“น้ำแข็งหนาตั้งสองฉื่อ จะเจาะรูยังไง?”
“ทำตามวิธีเก่า เจาะรูเป็นวงกลมแบบดอกเหมยแล้วลากอวนผ่าน”
สวีฉางเล่อยกเหล็กเจาะน้ำแข็งหนักกว่า 30 จินขึ้นมา
ตึง!
ผิวน้ำแข็งพลันแตกร้าว เศษน้ำแข็งสีขาวกระเด็นไปทั่ว
สวีฉางเล่อพลิกข้อมือ ฟาดเหล็กเจาะลงไปติด ๆ กัน
เหล็กหนักในมือเขาแกว่งไกวอย่างรวดเร็ว ฟาดลงครั้งแล้วครั้งเล่า
เพียงไม่กี่ครั้ง ผืนน้ำแข็งก็ถูกเจาะเป็นรูขนาดเท่ากะละมัง
หลิวส่วงจู้ยืนมองตาค้างอยู่ข้าง ๆ
“โอ้โห!”
“ฉางเล่อ แรงเยอะเกินไปแล้ว!”
จ้าวกว่างซานเองก็มองสวีฉางเล่อด้วยสีหน้าทึ่งไม่แพ้กัน
“อย่ามัวอึ้งกันอยู่เลย มาต่อไม้ยาวสำหรับสอดอวนกัน!”
สวีฉางเล่อไม่หยุดมือ เขาเดินเร็ว ๆ เลียบขอบแอ่งน้ำ
เขากะตำแหน่งบนผิวน้ำแข็งตามขนาดของอวนลาก แล้วเจาะรูสำหรับลากอวนต่อเนื่องกันกว่าสิบรู จัดเรียงเป็นวงกลมรูปดอกเหมยได้พอดี
