“อีกไม่นานเธอก็จะรู้เอง”
ซูโม่หัวเราะเบา ๆ ไม่ขออธิบายอะไร ชายหนุ่มหยิบลูกปิงปองข้าง ๆ ขึ้นมา เงยหน้ามองเลนส์กล้องแล้วพูดเสียงต่ำว่า “ต่อไปนี้ ผมจะลงมือให้ทุกคนดูว่าอะไรคือเอฟเฟกต์ผีเสื้อตัวจริง”
พูดจบเขาก็หยิบชอล์กสองท่อนขึ้นมา
ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาว หักชอล์กให้ได้ตามระยะที่ทำเครื่องหมายไว้ แล้ววางลูกปิงปองไว้ตรงกลางกรอบสี่เหลี่ยมที่วาดเอาไว้ วางชอล์กสองท่อนไว้สองข้างของลูกปิงปอง
เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว
ซูโม่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ขยับตาปริบ ๆ แล้วพูดว่า “ถึงเวลาแห่งปาฏิหาริย์”
เมื่อพูดจบ เขาโน้มตัวลงกับโต๊ะ แล้วเป่าลมลงที่ฐานลูกปิงปองเบา ๆ
กล้องทุกตัวต่างเล็งเข้าหาลูกปิงปอง ไม่อยากพลาดรายละเอียดแม้แต่นิดเดียว
ลูกปิงปองบนโต๊ะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยแรงลม ด้วยเหตุที่มีชอล์กสองท่อนกั้นอยู่ ทิศทางการกลิ้งไปข้างหน้าจึงถูกกำหนดไว้ตายตัว มันกลิ้งจนถึงขอบโต๊ะแล้วร่วงลงไป
“ระยะตกระดับ 45 เซนติเมตร แรงสปริงกลับสูง 78”
ซูโม่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย บ่นพึมพำกับตัวเองว่า “เด้ง กระดอน ชนขอบลำโพง สปริงกลับรอบสอง โดนมุม เข้าเป้า”
ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น ลูกปิงปองก็เคลื่อนไหวราวกับได้รับคำสั่ง!
เริ่มจากเด้งสูงขึ้นจากพื้น
ด้วยแรงเฉื่อย มันกระดอนไปข้างหน้าสองครั้ง… และทันท่วงทีก่อนจะกระดอนหลุดออกนอกเวที มันกลับเข้าเป้าตรงร่องต่อพื้นอย่างแม่นยำ ทิศทางการเด้งเปลี่ยนไปเก้าสิบองศาทันที แล้วพุ่งชนขอบลำโพงที่วางเอียงขึ้นฟ้าไว้ 45 องศา ลูกปิงปองสปริงกลับไปทางตรงข้าม ชนมุมบนขวาของลำโพงอีกตัว แล้วพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
