ห้านาทีต่อมา ซูโม่ก็ปรากฏตัวในห้องทำงานของหลี่เหรินฮุย
“ว่าไงนะ?”
หลี่เหรินฮุยหน้าดำคร่ำเครียด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องซูโม่ หนังตากระตุกเป็นพัลวัน ถ้าทำได้ เขาอยากกระอักเลือดเก่าออกมาสักที
ซูโม่วางแก้วน้ำในมือลง แล้วพูดอย่างสงบ “ท่านอธิการ ผมจะย้ายไปคณะคณิตศาสตร์”
หลี่เหรินฮุย “……”
เล่นตลกหรือไง!
เล่นตลกอยู่ใช่ไหม?
ซูโม่ย้ายไปคณะคณิตศาสตร์ ถามหน่อยว่าอาจารย์คนไหนกล้าสอน?
เพราะคณะคณิตศาสตร์เป็นสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ หลี่เหรินฮุยจึงต้องติดต่อนักคณิตศาสตร์ระดับสองสองคนมาสอนที่มหา'ลัยชิงหัว
ปกติแล้ว คนระดับนักคณิตศาสตร์ระดับสองแบบนี้ไม่ค่อยสนใจเรื่องการสอนเท่าไหร่ แต่ก็อย่างว่า ไม่มองหน้าพระก็ต้องมองหน้าพระพุทธ
มีเส้นสายของซูโม่ค้ำอยู่ ใครจะกล้าปฏิเสธ?
นอกเสียจากจะไม่อยากคลุกคลีในวงการคณิตศาสตร์แล้ว!
แถมซูโม่ไม่ใช่แค่นักคณิตศาสตร์ระดับห้า แต่ยังมีตำแหน่งคณบดีกิตติมศักดิ์ของคณะคณิตศาสตร์อีก พอนักคณิตศาสตร์ระดับสองสองคนนั้นรู้เข้าก็ตอบตกลงทันที โดยไม่ต้องถามเรื่องเงินเดือนด้วยซ้ำ
ถึงจะให้ทำงานฟรี พวกเขาก็ยอม!
เพราะยังไงก็ตาม เผื่อมีโอกาสได้เจอซูโม่ ถ้าได้รับคำชี้แนะสักเล็กน้อย นั่นคือโอกาสทองที่หายากสุด ๆ
เรื่องมนุษยสัมพันธ์พวกนี้ หลี่เหรินฮุยย่อมรู้ดี
แต่ที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงคือ ซูโม่จะอยากย้ายมาคณะคณิตศาสตร์ แถมดูท่าทางของซูโม่ เหมือนจะตั้งใจมาเข้าเรียนด้วย
นี่มัน...
นี่มันจงใจมาป่วนชัด ๆ!
“ย้ายคณะได้ แต่ห้ามเข้าเรียน!” หลี่เหรินฮุยเงียบไปพักใหญ่ ก่อนตัดสินใจถอยให้ก้าวหนึ่ง
ซูโม่ “……”
ไม่ให้เข้าเรียน?
เขาคงได้เข้ามหา'ลัยปลอมมาแล้วมั้ง!
มีโรงเรียนไหนไม่ให้นักศึกษาเข้าเรียน?
แล้วยังเป็นคำพูดจากปากท่านอธิการเองอีก ฝันไปหรือเปล่าเนี่ย!
เมื่อก่อนถ้าซูโม่ได้ยินแบบนี้ต้องดีใจแน่ เพราะเขาก็ไม่ชอบเสียเวลาในห้องเรียนเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ที่ย้ายคณะก็เพื่ออยู่เป็นเพื่อนเหยียนจิ่วซี
ไม่ให้เข้าเรียนจะได้ไง?
“แค่ก—”
ซูโม่ถอนหายใจอย่างจนใจ เขาเข้าใจความกังวลของหลี่เหรินฮุย “ท่านอธิการ ที่ไหนมีโรงเรียนไม่ให้นักศึกษาเข้าเรียน? แบบนี้ไหม เทอมหนึ่งผมเข้าเรียนมากสุดห้าคาบ”
