“หมากล้อมเหรอ? เหมือนฉันก็เล่นเป็นนะ!”
พอพูดจบ เหยียนจิ่วซีก็อึ้งไปเลย เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าซูโม่เล่นหมากล้อมเป็น แล้วก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงมาก่อนเลยด้วย
อยู่ๆ ก็พูดประโยคนี้ออกมา เธอถึงกับตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว
“เสี่ยว... เสี่ยวโม่ นายเล่นหมากล้อมเป็นด้วยเหรอ?” เหยียนจิ่วซีกลืนน้ำลาย ถามแบบลองเชิง
“เล่นเป็นสิ!”
ซูโม่ยิ้มจางๆ แล้วลูบผมสลวยของเหยียนจิ่วซี
ตั้งแต่เขาได้รับทักษะหมากล้อมระดับอาจารย์มานานขนาดนี้ ก็ยังไม่เคยได้ใช้เลยสักครั้ง
คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะเจอเรื่องนี้เข้าให้ จิตใจของซูโม่ก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
เหยียนจิ่วซีได้ยินคำตอบของซูโม่ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ
เพราะตอนนี้เรื่องอัลฟ่าโกะนี่ มันยกระดับสูงเกินไปแล้ว
ขนาดฮั่วอี้หลงที่อยู่อันดับสามของโลก ยังแพ้อัลฟ่าโกะเลย ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาทั่วไป
ในความคิดของเหยียนจิ่วซี ต่อให้ซูโม่รู้เรื่องหมากล้อม แต่ระดับก็คงไม่สูงอะไรนัก
เพราะพลังของแต่ละคนมีจำกัด ไม่มีทางจะเชี่ยวชาญไปหมดทุกด้านอยู่แล้ว
“เฮ้อ... เมื่อไหร่ติงอีหรันจะลงมือสักที จะได้ไปสั่งสอนคนประเทศซากุระนั่นให้รู้สำนึก”
น้ำเสียงของเหยียนจิ่วซีแฝงความไม่พอใจเล็กน้อย “ตอนนี้ทุกคนต่างก็รอให้ติงอีหรันลงมืออยู่เลย”
ซูโม่ไม่ได้พูดอะไรกับเรื่องนี้ ในความคิดของเขา ขนาดฮั่วอี้หลงที่อยู่อันดับสามของโลก ยังแพ้อัลฟ่าโกะ แถมยังแพ้ค่อนข้างย่อยยับด้วย
