ในห้องทำงาน
“ห๊ะ?!”
หลี่เหรินฮุยจ้องซูโม่ด้วยความตกตะลึง พลางถามอย่างไม่เข้าใจนัก “นายจะขอห้องวิจัยไปทำอะไร?”
ซูโม่จึงจำต้องอธิบายให้ฟัง
“การขอห้องวิจัย ก็ต้องใช้เพื่อทำการวิจัยน่ะสิครับ”
“นายจะวิจัยอะไร?” หลี่เหรินฮุยเริ่มเกิดความสนใจขึ้นมา
“ปัญญาประดิษฐ์”
ซูโม่เอ่ยออกมาสี่คำเรียบ ๆ ทำเอาหลี่เหรินฮุยเกือบกัดลิ้นตัวเอง
เมื่อกี้เขาได้ยินอะไรนะ?
ปัญญาประดิษฐ์?
บ้าจริง!
ล้อกันเล่นรึไง?
ของแบบนั้นมันใช่ว่าอยากจะวิจัยก็วิจัยได้นะ?
“ปัญญาประดิษฐ์?” น้ำเสียงของหลี่เหรินฮุยดังขึ้นหลายระดับในชั่วพริบตา
“อือหือ~~”
ซูโม่ยักไหล่ เป็นเชิงบอกว่าก็อย่างที่พูดนั่นแหละ
“นี่นายล้อเล่นรึเปล่า?”
“ท่านอธิการบดีครับ ท่านคิดว่าผมเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่เหรอ?”
“นายรู้ไหมว่าปัญญาประดิษฐ์มันหมายถึงอะไร?”
“รู้ดีครับ!”
“คืออะไร?”
สิ่งที่หลี่เหรินฮุยคาดไม่ถึงก็คือ ซูโม่กล้าพูดออกมาจริง ๆ ว่าตัวเองรู้
ซูโม่เดินมานั่งลงตรงหน้าหลี่เหรินฮุย แล้วยิ้มอย่างมั่นใจ
“ท่านอธิการครับ ปัญญาประดิษฐ์มันเป็นหัวข้อที่กว้างมากนะครับ ท่านอยากคุยเรื่องนี้กับผมจริง ๆ เหรอ?”
หลี่เหรินฮุย “……”
ท่าทางของซูโม่แบบนี้ มันฟ้องชัด ๆ ว่า ‘ถ้าท่านอยากคุย ก็คงต้องคุยกันสักสามวันสามคืน...’
อะแฮ่ม—
พอพูดถึงห้องวิจัย หลี่เหรินฮุยก็อดปวดหัวไม่ได้ ตอนนี้ห้องวิจัยของมหา'ลัยชิงหัว เต็มหมดตั้งแต่เนิ่นนานแล้ว
ต้องรู้ไว้ว่า มหา'ลัยชิงหัวมีศาสตราจารย์มากมายขนาดนั้น แต่ห้องวิจัยกลับมีอยู่แค่ไม่กี่ห้อง แค่เดิมก็ไม่พอใช้อยู่แล้ว
