“ให้ข้าวป้อนหน่อยได้ไหมเอ๊ย”
มองหน้าคนที่ตอนนี้ซบอยู่เงียบ ๆ เหมือนแมวเหมียวน้อย ๆ อย่างกับเจ้าหญิงเก้าซี ซูโม่หัวเราะเบา ๆ แล้วโอบร่างบางขึ้นมากอดไว้ทั้งตัว จนเธอร้องหลง
“จะ…จะทำอะไรนะ”
“ก็อาบน้ำสิล่ะ ต้องสะอาดสดใสถึงจะได้กินข้าวไง”
ซูโม่หัวเราะก้อง อุ้มเจ้าหญิงเก้าซีเดินเข้าห้องน้ำในห้องนอนไป แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้แกล้งเธอเลยสักนิด จัดการช่วยอาบน้ำให้อย่างตั้งใจและเอาใจใส่ กระบวนการมันช่างฟินซะจนตาพร่า แต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นล้นหัวใจ
เป่าผมให้เจ้าหญิงเก้าซีจนแห้งสนิทแล้ว ซูโม่จึงจูงมือเธอลงไปชั้นล่าง แทบไม่ทันเข้าห้องนั่งเล่น ร่างเล็ก ๆ ก็พุ่งเข้ามาซบอกเขาจนได้
เย่ไฉเวย์กอดขาของซูโม่เอาไว้ แหงนหน้าน้อย ๆ ขึ้นมามองแล้วพูดอย่างดีใจ “พี่ชาย ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน!”
เจ้าหญิงเก้าซียิ้มมุมปาก ในดวงตายังมีทั้งความขอบคุณและความโล่งอกปนกันอยู่
ซูโม่ยิ้มบาง ๆ ลูบหัวเย่ไฉเวย์เบา ๆ แล้วถามเสียงเบา “หนูน้อยเป็นเด็กดีไหมช่วงนี้”
“ดีค่ะ!”
เย่ไฉเวย์พยักหน้ารับรัว ๆ รอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำให้ลืมความห่วงใยในใจไปได้ชั่วขณะ
ซูโม่บีบแก้มเย่ไฉเวย์เบา ๆ แล้วคว้ามือเล็ก ๆ ของเธอไว้กับมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับมือเหยียนจิ่วซี ใหญ่เล็กเดินต่อกันสามคน ดูไปดูมามันกลายเป็นภาพครอบครัวสามชีวิตขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้ แถมพ่อแม่ของบ้านนี่ยังดูเด็กเกินไปอีกต่างหาก
สามคนเดินมาถึงโต๊ะอาหาร แต่ยังไม่ทันได้นั่ง เจ้าหญิงเก้าซีก็ถูกคุณนายผู้เป็นมารดาเรียกไปคุยกันคนละมุม กระซิบกระซาบกันอะไรสารพัด แต่เห็นแค่หน้าสวยของเจ้าหญิงเก้าซีแดงก่ำไปทั้งใบ ก้มหัวลงต่ำ ไม่ยอมตอบโต้อะไรเลย
