ตอนนี้สีหน้าของลู่เจิงย่ำแย่ถึงขีดสุด เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร ก่อนเอ่ยถามว่า “ซูเหมียน คุณพูดจริงเหรอ?”
ซูเหมียนเริ่มหมดความอดทนแล้ว เธอตอบตรง ๆ ว่า “จริงสิ จริงยิ่งกว่าจริงอีก”
เพราะงั้นต่อไปอย่ามาหาเธออีกได้ไหม อย่ามารบกวนเธออีกเลย เธอไม่มีเวลาไม่มีแรงจะมารับมือพระเอกหรอก
“ซูเหมียน” ลู่เจิงเรียกชื่อเธอขึ้นมากะทันหัน
“มีอะไรก็พูดให้จบทีเดียวได้ไหม?” น้ำเสียงของซูเหมียนแสดงความรำคาญชัดเจนยิ่งขึ้น
“ตอนนั้น...ที่ไล่คุณไป...ไม่ใช่ความตั้งใจของผม” จู่ ๆ ลู่เจิงก็อธิบายเรื่องในอดีตให้ซูเหมียนฟังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ซูเหมียน: ?
เธอว่าแล้ว ลู่เจิงคนนี้มันโลเลจริง ๆ
ทั้งที่เธออ้วนขึ้นจนเป็นแบบนี้แล้ว อีกฝ่ายยังพูดจาคลุมเครือกับเธอแบบนี้อีก
ถ้าซูเหมียนชอบลู่เจิงจริง ๆ ประโยคเมื่อกี้คงทำให้เธอมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ว่าอาจได้อยู่กับเขาใช่ไหมล่ะ?
“เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญแล้ว โอเคไหม? มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ฉันใช้ชีวิตได้ดี เราไม่ติดค้างอะไรกันแล้ว ฉันก็ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าอีก ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปดี ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ? เอ๊ะ ไม่สิ เรายังไม่เคยได้อยู่ด้วยกัน จะเรียกว่าแยกย้ายได้ยังไง? ต่อไปต่างคนต่างไม่ติดค้างและไม่เกี่ยวข้องกันอีก ไม่ได้เหรอ? อย่าพูดถึงอดีตอีกเลย”
พูดจบ ซูเหมียนแทบอยากกลอกตาใส่เขา
ลู่เจิงสมองมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ตามเหตุผลแล้วพอเจอเธอ เขาก็ควรหลบไปให้ไกลไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงยังตามมาหาถึงที่อีก?
