ความรู้สึกที่ได้มีลูกช่างแปลกประหลาดนัก ฟู่เยี่ยนชิงบอกไม่ถูกว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหน แต่สำหรับเขาที่ไม่เคยมีอะไรให้ห่วงและรู้สึกเหมือนล่องลอยไร้จุดหมายมาตลอด กลับรู้สึกเหมือนได้พบที่ยึดเหนี่ยวขึ้นมา
เพิ่งก้าวพ้นประตูรั้วบ้านตัวเองมาได้ไม่นาน ฟู่เยี่ยนชิงก็เริ่มคิดถึงเด็กสองคนนั้นแล้ว
พูดตามตรง ต่อให้ยังไม่ได้ตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด ฟู่เยี่ยนชิงก็มั่นใจว่าเด็กทั้งสองเป็นลูกของเขา
ความรู้สึกเชื่อมโยงทางสายเลือดแบบนี้ เขาก็ยืนยันได้ตั้งแต่แรกเห็นเด็กทั้งสองแล้ว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตั้งแต่ต้นจนจบเขาปฏิบัติต่อซูเหมียนกับลูก ๆ ทั้งสองอย่างอ่อนโยน ทั้งยังพาพวกเธอกลับมาที่บ้านพักของตัวเอง
ส่วนซูเหมียนนั้น...
ฟู่เยี่ยนชิงบอกไม่ได้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับซูเหมียน เขาไม่ใช่คนที่เอาแต่ดูหน้าตาของคนอื่น ไม่อย่างนั้นก็คงแต่งงานกับคนที่สวยที่สุดไปนานแล้ว
เอาเข้าจริง ฟู่เยี่ยนชิงเองก็กำลังคิดอยู่ว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี
เรื่องเด็ก ๆ ยังบอกคนในบ้านไม่ได้ชั่วคราว ไม่อย่างนั้นด้วยความกระตือรือร้นของครอบครัวเขาที่คอยเร่งให้ฟู่เยี่ยนชิงแต่งงานมีลูก พรุ่งนี้พวกเขาคงรีบเดินทางจากเมืองหลวงมาถึงที่นี่แล้ว
ถ้าคนในบ้านเขามาถึงค่ายทหารด้วย ถึงตอนนั้นคงยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่
หลังกลับถึงห้องทำงานได้ไม่นาน อวี๋จ้านก็แวะมาหา
ฟู่เยี่ยนชิงเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วถามว่า “นายมาทำไม ไม่พักกลางวันเหรอ?”
อวี๋จ้านเห็นฟู่เยี่ยนชิงสงบนิ่งขนาดนี้ก็แทบหมดคำพูด
อุตส่าห์กลับบ้านไปแล้วยังกังวลอยู่ตลอดว่าเพื่อนสนิทจะจัดการเรื่องในบ้านไม่เรียบร้อย จนถูกอีกฝ่ายตามตอแย
ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะใจเย็นขนาดนี้ ตอนนี้ยังมีอารมณ์มาจัดการงานในค่ายทหารอีก
ใจเย็นได้ขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่อายุยังน้อยก็ได้เป็นผู้บังคับกองพันแล้ว
