ฟู่เยี่ยนชิงพาซูเหมียนกับลูกทั้งสองมาถึงลานบ้านที่ค่อนข้างกว้าง แล้วบอกเธอว่า “พวกคุณพักอยู่ที่นี่ก่อนนะ นี่เป็นบ้านพักที่กองทัพจัดให้ผม ตอนบ่ายผมยังต้องไปฝึก พวกคุณก็อยู่ที่นี่รอผมกลับมา”
ซูเหมียนมองแปลงดินรกร้างที่เต็มไปด้วยวัชพืชในลานด้านหน้า เธอเติบโตมากับการช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา พอเห็นที่ดินผืนนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันดีไม่น้อยเลย แถมยังปล่อยทิ้งไว้ไม่ปลูกผัก ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
เธอมองลานบ้านข้าง ๆ อีกครั้ง เห็นอีกฝ่ายปลูกผักเต็มพื้นที่ แค่ผักที่ปลูกไว้ก็เลี้ยงตัวเองได้แล้ว
“มองอะไรอยู่?” ฟู่เยี่ยนชิงเห็นซูเหมียนใจลอย จึงเอ่ยถาม
ซูเหมียนถามออกไปตามสัญชาตญาณ “คุณอยู่คนเดียวเหรอ?”
“ใช่” ฟู่เยี่ยนชิงตอบยืนยัน
“มิน่าล่ะ แปลงผักหน้าบ้านถึงปล่อยให้รกร้างแบบนี้”
ฟู่เยี่ยนชิงเปิดประตูไม้ของลานบ้านไปพลางตอบไปพลาง “ปกติผมมีงานในกองทัพต้องดูแลเยอะ ไม่มีเวลาจัดการแปลงผักพวกนี้”
“อืม ฉันแค่ถามไปอย่างนั้นเอง แค่รู้สึกว่า...ที่ดินตั้งกว้างขนาดนั้น ปล่อยว่างไว้ก็น่าเสียดาย”
พอพูดจบ ซูเหมียนก็เสียใจขึ้นมาทันที เพราะรู้สึกว่าตัวเองก้าวก่ายเกินไปหน่อย
แต่พูดออกไปแล้วก็เรียกคืนไม่ได้ เธอจึงได้แต่ฝืนคุยต่อ
“อืม เข้ามาก่อนสิ” ฟู่เยี่ยนชิงจูงมือเด็กคนละข้าง พาเด็กทั้งสองเดินผ่านแปลงดินรกร้างในลานหน้า ก่อนตรงไปยังบ้านหลังเล็ก แล้วเปิดประตูเข้าไป
ก่อนหน้านี้ซูเหมียนได้ยินพ่อพูดอยู่เสมอว่าความเป็นอยู่ในกองทัพลำบาก แต่เทียบกับชนบทแล้ว สภาพความเป็นอยู่ในกองทัพก็ยังถือว่าดีกว่ามาก
