“แล้วคุณล่ะซูเหมียน ต่อจากนี้คิดจะทำยังไง?” ฉินชวนถามอีกครั้ง
ซูเหมียนยิ้มให้เขา ก่อนรับเงินที่อีกฝ่ายยื่นมา
“ฉันเหรอ ต่อจากนี้จะกลับตัวเป็นคนดี เลี้ยงลูกสองคนให้เติบโตอย่างดี”
พูดจบ ซูเหมียนก็ยกเงินในมือขึ้นพลางกล่าวว่า “ถือว่าฉันยืมคุณนะ ต่อไปจะคืนให้”
“ไม่ต้องหรอก ต่อไปคุณจะกลับมาอีกหรือเปล่าฉันก็ยังไม่แน่ใจ”
คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่าฉินชวนเจ็บปวดจนใจสลายจริง ๆ
“ฉินชวน คุณเชื่อไหมว่าโลกนี้เป็นแค่นิยายเรื่องหนึ่ง ส่วนฉันกับคุณ…ก็เป็นแค่ตัวประกอบชายกับตัวประกอบหญิงเท่านั้น”
พอได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าฉินชวนก็พลันหม่นคล้ำลง
เห็นเขามีปฏิกิริยา ซูเหมียนนึกว่าเขารู้อะไรบางอย่างเหมือนกันเสียอีก
ใครจะคิดว่าฉินชวนจะพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “ซูเหมียน คุณ…โดนกระทบกระเทือนมากเกินไปจนสมองมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ซูเหมียน: …
“คุณต่างหากที่สมองมีปัญหา ฉันล้อเล่นน่ะ”
ได้ยินอย่างนั้น ฉินชวนจึงเหมือนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่เมื่อมองเด็กสองคนที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้าง ๆ เขาก็ยังอดพูดด้วยความหวังดีไม่ได้ว่า “คุณต้องตั้งสติให้ดีนะ อย่าเป็นบ้าไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันไม่อยากคิดเลยว่าเด็กสองคนนี้จะทำยังไง”
“วางใจเถอะ เพื่อเด็กสองคนนี้ ฉันไม่เป็นบ้าหรอก”
ถ้ารู้ว่าฉินชวนจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ ซูเหมียนคงไม่ถามคำถามนั้นให้วุ่นวายหรอก ถูกมองว่าเป็นคนเสียสติไปแล้ว
“ว่าแต่…เจอพ่อแท้ ๆ ของเด็กหรือยัง? จะให้ฉันลองหาทางช่วยตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกให้อีกครั้งไหม? เด็กไม่ใช่ลูกของลู่เจิงจริง ๆ เหรอ?”
