เช้าตรู่วันต่อมา ซูเหมียนก็ตื่นขึ้นมา
เธอมองเด็กน้อยสองคนที่ยังหลับสนิท แล้วเหลือบมองท้องฟ้าด้านนอกที่เริ่มสว่างรำไร หลังแต่งตัวเสร็จก็ออกจากบ้านไป
ซูเหมียนคิดว่าพอเด็กทั้งสองตื่นขึ้นมาก็คงได้กินอาหารเช้าพอดี
พอออกจากบ้าน เธอก็เจอป้าหนิวที่อยู่บ้านข้าง ๆ พอดี
ทันทีที่เห็นซูเหมียน ป้าหนิวก็ทำท่าราวกับเห็นสัตว์ร้าย หันหลังเตรียมเดินหนีทันที
ซูเหมียนได้แต่ถอนใจ ยกมือขึ้นนวดขมับอย่างจนปัญญา
ชื่อเสียงของตัวเองคงยากจะกอบกู้กลับมาได้แล้วในละแวกนี้
ดูเหมือนเธอจะเคยยืมข้าวของป้าหนิวอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยคืนสักที ป้าหนิวคงเข็ดกับการให้เธอยืมของแล้ว ตอนนี้พอเห็นเธอก็ทำเหมือนมองไม่เห็นกันไปเลย
แต่ป้าหนิวเป็นคนดีมาก หลังจากซูเหมียนพาเด็กสองคนย้ายมาอยู่ที่นี่ ป้าหนิวก็คอยช่วยเหลือเธออยู่เสมอ
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซูเหมียนก็ตัดสินใจวิ่งตามป้าหนิวไป
“ป้าหนิว ป้าหนิว...” ซูเหมียนร้องเรียกพลางวิ่งตาม
ป้าหนิวไม่ได้หยุดเดิน กลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเสียอีก
“ไม่ต้องเรียกฉัน ครั้งก่อนฉันก็บอกไปแล้วว่าจะไม่ช่วยเธออีก” ป้าหนิวพูดเสียงเย็นชา
ตอนแรกที่ซูเหมียนพาเด็กสองคนย้ายเข้ามา ป้าหนิวก็สงสารที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเลี้ยงลูกสองคนตามลำพัง จึงคอยดูแลทั้งซูเหมียนและเด็ก ๆ อยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ป้าหนิวก็มองออกว่าซูเหมียนเป็นคนขี้เกียจและเอาแต่กิน
พูดกันตามตรง ซูเหมียนก็ไม่ใช่ลูกสาวหรือลูกสะใภ้ของเธอ เธอไม่มีหน้าที่ต้องคอยช่วยซูเหมียนอยู่ตลอด
