ซูเหมียนรีบซักทั้งผ้าปูที่นอนผืนใหม่กับเสื้อผ้าชุดใหม่ของเด็กทั้งสองคน
ตอนนี้แดดแรง ตากไว้สักบ่ายก็น่าจะแห้ง
แต่ในตรอกแคบ ๆ ไม่มีที่เหมาะ ๆ ให้ตากผ้า ซูเหมียนจึงต้องหอบผ้าปูที่นอนกับเสื้อผ้าไปยังที่โล่งกว้างด้านนอก ขึงเชือกเส้นหนึ่งแล้วเอาผ้าไปตากจนเรียบร้อย
เด็กทั้งสองเดินตามซูเหมียนอยู่ข้าง ๆ กระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริงเป็นพิเศษ
ตอนนั้นเอง เด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ละแวกนั้นหลายคนก็วิ่งมาที่ลานโล่งเพื่อเล่นกัน
ซูเหมียนจัดผ้าปูที่นอนไปพลาง เหลือบมองเด็กทั้งสองโดยไม่รู้ตัวไปพลาง แล้วก็เห็นว่าพวกเขามองเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นอย่างอิสระด้วยความอิจฉา แต่กลับไม่กล้าเข้าไปชวนเล่น
โดยเฉพาะเอ้อร์ป่าว เธอพูดไม่ได้ แค่สื่อสารก็ลำบากแล้ว ยิ่งไม่มีทางเข้ากลุ่มเด็กปกติพวกนั้นได้
เห็นแบบนั้น ซูเหมียนจึงย่อตัวลงมองเด็กทั้งสอง ก่อนจะให้กำลังใจว่า “ต้าป่าว เอ้อร์ป่าว อยากไปเล่นกับเพื่อน ๆ ไหม?”
ต้าป่าวกลับส่ายหน้า ก่อนพูดอย่างห่อเหี่ยวว่า “พวกเขาบอกว่าพวกเราแต่งตัวเหมือนขอทาน สกปรกมอมแมม เลยไม่อยากเล่นด้วย”
ดูท่าต้าป่าวกับเอ้อร์ป่าวจะรู้จักเด็กพวกนั้น อยากเข้าไปเล่นด้วย แต่ถูกพวกเขารังเกียจ
ซูเหมียนอดยกมือกุมหน้าผากไม่ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะเธอแท้ ๆ
“พรุ่งนี้พอเราเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ก็ไปเล่นกับพวกเขาได้แล้ว” ต้าป่าวพูดอย่างตื่นเต้น
ซูเหมียนมองเสื้อผ้าที่ตากไว้ข้าง ๆ แล้วพยักหน้า ก่อนพูดว่า “ได้ ต่อไปเสื้อผ้าของต้าป่าวกับเอ้อร์ป่าว แม่จะซักให้สะอาดเอี่ยม จะไม่ให้เพื่อน ๆ หัวเราะเยาะลูกอีกเด็ดขาด”
