ผัดผักเสร็จอย่างรวดเร็ว ซูเหมียนตักใส่จานเหล็กแล้วนำไปวางบนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็ไปตักข้าวให้เด็กน้อยทั้งสองคน
พอจัดการทุกอย่างเสร็จและนั่งลง ซูเหมียนเห็นเด็กทั้งสองนั่งเรียบร้อยอยู่หน้าโต๊ะ รอให้เธอกินก่อนโดยไม่แตะอาหาร จึงพยักหน้าอย่างพอใจ
“ต้าป่าว เอ้อร์ป่าว กินได้แล้วจ้ะ” ซูเหมียนหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบกับข้าวใส่จานให้เด็กทั้งสองก่อน
เด็กทั้งสองยังเล็ก แต่กลับยกชามใบใหญ่ตรงหน้าได้อย่างสบาย ๆ แล้วก็เริ่มกินกันอย่างตะกละตะกลามทันที
เด็กทั้งสองไม่ได้กินข้าวมานานแล้ว แถมอาหารมื้อนี้ยังอร่อยมากอีกด้วย
“ค่อย ๆ กินนะ อาหารมีพอ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่อิ่ม ระวังสำลักด้วย” ซูเหมียนรีบเตือน
พอได้ยิน เด็กทั้งสองก็เชื่อฟังและชะลอการกินลง ไม่ใช้ตะเกียบโกยข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็วอีก
ซูเหมียนยิ้ม แล้วคีบกับข้าวให้เด็กทั้งสองต่อ
“ต้องกินข้าวด้วยนะ ทั้งเนื้อทั้งผักก็ต้องกิน”
เด็กทั้งสองไม่เลือกกิน ซูเหมียนคีบอะไรให้ก็ยอมกินหมด
แม้จะยังใช้ตะเกียบไม่คล่องนัก แต่ก็รู้ความและกินข้าวเอง
ซูเหมียนช่วยจัดท่าจับตะเกียบให้เด็กทั้งสอง แล้วจึงเริ่มกินบ้าง
เธอยังต้องลดน้ำหนัก จึงต้องควบคุมปริมาณอาหาร กินข้าวไปแค่ครึ่งชามก็หยุด ไม่กล้ากินมากกว่านั้น
การลดน้ำหนักไม่มีทางลัด มีแต่ต้องควบคุมอาหารถึงจะผอมลงได้
พอกินอิ่มดื่มน้ำเสร็จ ซูเหมียนก็เก็บชามตะเกียบไปล้างจนสะอาด พอหันกลับมาก็เห็นเด็กทั้งสองนอนหลับอยู่บนเตียงแล้ว
