ซูเหมียนมองชามในมือฟู่เยี่ยนชิง ก่อนเอ่ยถามว่า “วันนี้พี่สะใภ้อวี๋มาขอยืมชาม ฉันให้เธอเข้ามาหยิบเอง ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
อย่างไรที่นี่ก็เป็นบ้านของฟู่เยี่ยนชิง เธออนุญาตให้คนอื่นเข้ามาเองโดยพลการ ยังไงก็ต้องบอกเขาสักหน่อย
“ไม่เป็นไร คุณตัดสินใจได้เลย”
คำพูดเรียบ ๆ ของฟู่เยี่ยนชิงทำให้ใบหน้าของซูเหมียนแดงขึ้นมาทันที
พูดอย่างกับเธอเป็นเจ้าของบ้านอย่างนั้นแหละ ดีที่เธอรู้จักเจียมตัว ไม่คิดไปเอง
“พี่สะใภ้อวี๋ทำเต้าหู้ยัดไส้มาฝาก ลองชิมดูสิ” ฟู่เยี่ยนชิงพูดพลางวางเต้าหู้ยัดไส้ลงบนโต๊ะ
ซูเหมียนคีบเต้าหู้ยัดไส้ให้เด็กทั้งสองคนก่อน คนละชิ้น จากนั้นถึงคีบให้ตัวเอง
เห็นเธอไม่มีทีท่าจะคีบให้ เขาจึงคีบชิ้นหนึ่งใส่ชามเอง
“เต้าหู้ยัดไส้นี่อร่อยจัง ข้างในมีเนื้อด้วย—” ต้าป่าวดูท่าจะชอบมาก โดยเฉพาะตรงที่มีเนื้ออยู่ข้างใน
“อืม ในชามยังมีอีก อยากกินก็คีบเองเลย” ฟู่เยี่ยนชิงบอกเด็กทั้งสอง
พอกินอิ่ม ซูเหมียนก็เก็บชามตะเกียบอย่างรู้งาน เตรียมเอาไปล้าง
ฟู่เยี่ยนชิงเห็นแล้วไม่ได้พูดอะไร
ผู้หญิงคนนี้พาเด็กสองคนมาอยู่ในที่แปลกหน้าเพียงลำพัง ถ้าไม่ให้เธอหาอะไรทำบ้าง เธอคงยิ่งนั่งไม่ติด
ฟู่เยี่ยนชิงรู้สึกได้ว่าซูเหมียนทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่กับเขา
แต่ตอนนี้ทั้งคู่ยังไม่สนิทกัน เรื่องแบบนี้ย่อมเลี่ยงไม่ได้
