ฟู่เยี่ยนชิงพาเด็กสองคนไปโรงอาหารของค่ายทหาร ระหว่างทางต้องผ่านสนามฝึกด้วย
ตอนนี้เป็นเวลาอาหารพอดี อากาศยามเย็นก็เย็นสบาย ทหารหลายคนจึงถือถาดอาหารไปนั่งบนขั้นบันไดในสนามฝึก กินไปคุยเล่นไป
แต่แค่กินข้าวอยู่ดี ๆ ไม่น่าจะตาฝาดกันทั้งกลุ่มหรอกมั้ง? ไม่อย่างนั้นทำไมถึงเห็นท่านผู้การฟู่ที่ปกติทำหน้าขรึม เย็นชาและเข้มงวด กำลังจูงเด็กไว้ข้างละคนได้ล่ะ?
ถึงตอนนี้ท่านผู้การฟู่จะยังคงสีหน้าเรียบเฉย แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ว่าข้างในใจเขาคงอ่อนโยนอยู่ไม่น้อย
เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กช่างพูดอย่างต้าป่าว ฟู่เยี่ยนชิงก็ถามคำไหนตอบคำนั้น
“ไม่ใช่สิ... วันนี้เหมือนฉันได้ยินมาว่าท่านผู้การฟู่มีลูกแล้ว ตอนนั้นฉันยังไม่เชื่อ คิดว่าคนพวกนี้กล้าดีจริง ๆ ถึงได้เอาข่าวลือไปพูดถึงท่านผู้การฟู่ แต่...นี่มัน...”
ความจริงอยู่ตรงหน้าแล้ว ท่านผู้การฟู่มีลูกจริง ๆ หรือนี่?
“นายฟังผิดหรือเปล่า ที่ได้ยินคือเขามีลูก หรือญาติเขามีลูก?”
“พูดถึงเขานั่นแหละ ทหารยามที่เข้าเวรวันนี้เป็นคนบ้านเดียวกับเพื่อนร่วมห้องฉัน เขาแอบเล่าให้เพื่อนฉันฟัง แล้วยังกำชับว่าอย่าไปบอกใครด้วย”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับทหารยามที่เข้าเวรล่ะ?”
“ได้ยินว่ามีผู้หญิงอ้วนคนหนึ่งพาเด็กสองคนมาที่ค่าย บอกว่าเป็นลูกของท่านผู้การฟู่”
“หา? เรื่องนี้ฉันก็เคยได้ยินนะ แต่ที่ฉันได้ยินมาไม่เหมือนกันนี่ ไม่ใช่ว่าผู้หญิงอ้วนคนนั้นเป็นพี่เลี้ยง ส่วนเด็กสองคนเป็นญาติของท่านผู้การฟู่หรอกเหรอ? วันนี้คนในโรงอาหารเจอกันตั้งเยอะ”
