ซูเหมียนพาเด็กสองคนเข้าไปในห้องครัว ฟืนที่เพิ่งเติมเข้าไปเมื่อครู่ก็ใกล้จะมอดหมดแล้ว
เธอรีบเติมฟืนลงไปอีก ต้องต้มน้ำเพิ่มอีกหม้อ
เด็กทั้งสองต้องอาบน้ำสระผม เธอจึงต้มน้ำให้มากหน่อย จะได้อาบให้สะอาดหมดจด
ทว่าต้าป่าวกลับดูหงอย ๆ ก่อนเอ่ยถามซูเหมียนว่า “แม่ครับ ทำไมพอบอกคนอื่นว่าพ่อเป็นพ่อของผม พวกเขาถึงดูไม่เชื่อเลยล่ะครับ?”
ซูเหมียนยิ้ม พลางปลอบต้าป่าวว่า “ไม่มีใครไม่เชื่อหรอกจ้ะ เราจู่ ๆ ก็มาเคาะประตูตามหาพ่อไม่ใช่เหรอ พ่อยังไม่มีโอกาสบอกพวกทหารเลยว่าลูก ๆ มาหา เพราะฉะนั้นพวกเขาไม่รู้ก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาหรอกนะ”
ตอนนี้ซูเหมียนเองก็เริ่มตระหนักแล้วว่า เด็กทั้งสองคงสงสัยมาตลอดว่าพ่อของตัวเองเป็นใคร ทั้งยังเฝ้ารอที่จะได้พบพ่อมากด้วย
เพราะอย่างนั้น หลังจากได้พบฟู่เยี่ยนชิงในวันนี้ เด็กทั้งสองถึงผูกพันกับเขาได้อย่างรวดเร็ว
ก็จริงนะ มีเด็กคนไหนบนโลกนี้ไม่อยากมีพ่อแม่ของตัวเองบ้างล่ะ?
“แม่ครับ แม่บอกว่า…อย่าเรียกพ่อว่าพ่อต่อหน้าคนเยอะ ๆ แต่ผมลืมไปแล้ว…”
ต้าป่าวมองซูเหมียนด้วยสีหน้าราวกับเด็กที่ทำผิดมา
ซูเหมียนเดินเข้าไปลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วยิ้ม “เด็กโง่ พูดไปแล้วก็ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ”
พอได้ยินคำพูดของซูเหมียน ต้าป่าวก็กลับมายิ้มร่าในทันที
“จริงเหรอครับแม่? ต่อไปผมบอกคนอื่นได้ใช่ไหมว่าเขาเป็นพ่อของผม?” ต้าป่าวดูตื่นเต้นมาก
“ได้จ้ะ”
ซูเหมียนยิ้มพลางลูบหัวลูกชาย ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเจือความขมขื่นบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
ตอนนี้เธอคิดเพียงว่า หากอยู่กับลูกได้นานขึ้นอีกหน่อยก็ขออยู่ให้นานขึ้นก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
