เช้าวันถัดมา ฟู่เยี่ยนชิงพาเด็กสองคนไปฝากไว้กับพี่สะใภ้อวี๋ที่บ้านอวี๋จ้าน จากนั้นก็ขับรถพาซูเหมียนมุ่งหน้าเข้าเมือง
วันนี้ไม่มีเด็กสองคนมาด้วย ซูเหมียนจึงได้นั่งเบาะข้างคนขับ
จะว่าไป นั่งเบาะข้างคนขับแล้วเวียนหัวน้อยลงจริง ๆ แต่ตอนนี้ในรถมีแค่เธอกับฟู่เยี่ยนชิง ซูเหมียนไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองเขา กลัวสบตากันแล้วจะกระอักกระอ่วน
ภายในรถเงียบกริบ ซูเหมียนจึงได้แต่หลับตาแกล้งหลับ
แต่เมื่อคืนเธอนอนหลับสบาย ตอนนี้ตื่นแล้วจะหลับลงได้ยังไง?
เธอเลยขยับไปขยับมา นั่งท่าไหนก็ไม่สบายตัว
รู้อย่างนี้ ตอนฟู่เยี่ยนชิงเปิดประตูรถให้เมื่อครู่ เธอน่าจะบอกไปตรง ๆ ว่าจะนั่งข้างหลัง ซูเหมียนแอบคิด
“นอนไม่หลับเหรอ?” จู่ ๆ ฟู่เยี่ยนชิงก็ถามขึ้น
ซูเหมียนแกล้งหลับต่อไม่ไหว จึงนั่งตัวตรง
“เมื่อคืนฉันเข้านอนเร็ว ตอนนี้เลยนอนไม่หลับแล้วค่ะ ฮะ ๆ...” ซูเหมียนพูดอย่างกระอักกระอ่วน
“ผมนึกว่าช่วงนี้คุณกินไม่ได้นอนไม่หลับเสียอีก” ฟู่เยี่ยนชิงกลับตอบแบบนั้น
ซูเหมียน: ?
ตั้งแต่มาอยู่บ้านพักครอบครัวทหาร เธอสบายจะตายไป จะกินไม่ได้นอนไม่หลับได้ยังไง
สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองก็คือฟู่เยี่ยนชิง
เวลาอยู่กับฟู่เยี่ยนชิง เธอไม่เคยรู้สึกสบายใจเลย
“เปล่านี่คะ จะเป็นไปได้ยังไง...”
“ช่วงนี้คุณผอมลงไปมาก”
คำพูดประโยคเดียวของฟู่เยี่ยนชิงทำเอาซูเหมียนพูดไม่ออก
“มี...มีเหรอคะ?” ซูเหมียนถามพร้อมหัวเราะแห้ง ๆ
“อืม ถ้าดูตามหลักการแพทย์ ความเร็วที่คุณผอมลงแบบนี้...ผิดปกติไปหน่อย”
ระหว่างพูด ฟู่เยี่ยนชิงก็หันมามองทางเบาะข้างคนขับ
