ซูเหมียนเห็นว่าเด็กทั้งสองยังคงตื่นเต้นกันอยู่ จึงไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ
เธอมองใบหน้าเลอะเทอะมอมแมมของต้าป่าวกับเอ้อร์ป่าว ก่อนพูดกับเด็กทั้งสองว่า “ไปกันเถอะ แม่จะล้างหน้า ล้างมือ ล้างเท้าให้ พวกแมวลายเปื้อนฝุ่นสองตัว”
“ได้~”
เด็กทั้งสองตามซูเหมียนไปที่ห้องครัว ฟู่เยี่ยนชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ตามเข้าไป
ถ้าเขาอยู่ด้วย ซูเหมียนคงทำตัวไม่ถูก
ซูเหมียนเองก็คอยสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของฟู่เยี่ยนชิง พอเห็นเขาไม่ตามเข้ามาในห้องครัว เธอก็อดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้
“แม่ คืนนี้พ่อยังไม่นอนกับพวกเราอีกเหรอ?” ต้าป่าวถามด้วยความสงสัย
ซูเหมียนได้ยินแล้วก็รีบวางกระบวย วิ่งไปหาเจ้าลูกชายแล้วปิดปากเขาไว้
ต้าป่าวกลอกตาไปมา กะพริบตามองซูเหมียนอย่างไม่เข้าใจ
ส่วนเอ้อร์ป่าวก็มองแม่ด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ซูเหมียนทั้งกระอักกระอ่วนทั้งโล่งใจ โชคดีที่เมื่อครู่ฟู่เยี่ยนชิงไม่ได้ตามเข้ามาในห้องครัว
“ต้าป่าว เอ้อร์ป่าว ฟังให้ดีนะ ต่อไปพ่อจะไม่นอนกับพวกเราแล้ว เข้าใจไหม?” ซูเหมียนมองเด็กทั้งสอง น้ำเสียงจริงจังอย่างบอกไม่ถูก
ในเมื่อเธอกับฟู่เยี่ยนชิงถูกบีบให้เป็นสามีภรรยากันชั่วคราว ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกให้กัน จะให้นอนด้วยกันมันน่าอึดอัดแค่ไหน ซูเหมียนไม่กล้าจินตนาการถึงภาพนั้นเลย
อีกอย่าง ตั้งแต่ต้นจนจบ ฟู่เยี่ยนชิงก็ดูเหมือนไม่เคยคิดจะนอนห้องเดียวกับเธอด้วย
